คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8360/2556 ฉบับเต็ม

#562630
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8360/2556 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายโกวิทย์ เอี่ยมละออ โจทก์ร่วม นางสาวอริสสา ส่งกลิ่น จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาว่าจำเลยขออ้างอุทธรณ์จำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาจำเลย เท่ากับฎีกาของจำเลยที่อ้างอุทธรณ์เป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำพิพากษาศาลชั้นต้น มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบอย่างไร และจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพราะเหตุใด ทั้ง ๆ ที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อ้างเหตุคนละอย่างกับเหตุที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 288 ริบมีดของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ระหว่างพิจารณา นายโกวิทย์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาล 106,597 บาท และค่าขาดรายได้จากการทำงาน (รับจ้าง) ที่บริษัทเอ็ม เอ็ม ซี ทูลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเวลา 2 เดือน เป็นเงิน 28,000 บาท รวมเป็นเงิน 134,597 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,692 บาท และดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวของต้นเงิน 134,597 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี ริบมีดของกลาง กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเป็นเงิน 134,597 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กรกฎาคม 2551) ต้องไม่เกิน 2,692 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะคดีส่วนแพ่งและให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษาคดีส่วนแพ่งใหม่ โดยให้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมคดีส่วนแพ่ง (ถ้ามี) ด้วย แล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมอุทธรณ์ของจำเลยในคดีส่วนอาญาและอุทธรณ์ของคู่ความในคดีส่วนแพ่ง (ถ้ามี) ไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำการพิจารณาและพิพากษาต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษาในคดีส่วนแพ่งใหม่ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า โจทก์ร่วมมิได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแก่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เนื่องจากโจทก์ร่วมใช้สิทธิประกันสังคม และขณะที่โจทก์ร่วมพักรักษาตัวนั้น บริษัทของโจทก์ร่วมได้จ่ายเงินค่าทดแทนแก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 129,397.80 บาท แก่ผู้ร้อง (ที่ถูก โจทก์ร่วม) พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กรกฎาคม 2551) ต้องไม่เกิน 2,692 บาท ตามขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท คู่ความไม่อุทธรณ์คดีในส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีส่วนอาญา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำคุกแก่จำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงให้จำคุก 6 ปี 8 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายโกวิทย์ ผู้ร้อง เป็นเงิน 22,800 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด กับให้ศาลชั้นต้นคืนค่าขึ้นศาลในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นทั้งหมดแก่ผู้ร้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความไม่อุทธรณ์สำหรับคดีส่วนแพ่ง จึงไม่จำต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยขออ้างอุทธรณ์จำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาจำเลยนั้น เห็นว่า การที่จำเลยอ้างอุทธรณ์เป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเท่ากับฎีกาของจำเลยที่อ้างอุทธรณ์เป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบอย่างไร และจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพราะเหตุใด ทั้ง ๆ ที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อ้างเหตุคนละอย่างกับเหตุที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้ไว้ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน (สมชาติ ธัญญาวินิชกุล-อนันต์ ชุมวิสูตร-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายวินัย พวงดอกไม้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรชาติ บุญศิริพันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6544/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2033/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2235/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562630
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นายวินัย พวงดอกไม้"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุรชาติ บุญศิริพันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980997"
    }
}
date
2556
deka_no
8360/2556
deka_running_no
8360
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล",
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 216 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายโกวิทย์ เอี่ยมละออ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอริสสา ส่งกลิ่น"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 288 ริบมีดของกลาง

จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน

ระหว่างพิจารณา นายโกวิทย์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาล 106,597 บาท และค่าขาดรายได้จากการทำงาน (รับจ้าง) ที่บริษัทเอ็ม เอ็ม ซี ทูลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเวลา 2 เดือน เป็นเงิน 28,000 บาท รวมเป็นเงิน 134,597 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,692 บาท และดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวของต้นเงิน 134,597 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี ริบมีดของกลาง กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเป็นเงิน 134,597 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กรกฎาคม 2551) ต้องไม่เกิน 2,692 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะคดีส่วนแพ่งและให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษาคดีส่วนแพ่งใหม่ โดยให้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมคดีส่วนแพ่ง (ถ้ามี) ด้วย แล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมอุทธรณ์ของจำเลยในคดีส่วนอาญาและอุทธรณ์ของคู่ความในคดีส่วนแพ่ง (ถ้ามี) ไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำการพิจารณาและพิพากษาต่อไป

ศาลชั้นต้นพิพากษาในคดีส่วนแพ่งใหม่

จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า โจทก์ร่วมมิได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแก่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เนื่องจากโจทก์ร่วมใช้สิทธิประกันสังคม และขณะที่โจทก์ร่วมพักรักษาตัวนั้น บริษัทของโจทก์ร่วมได้จ่ายเงินค่าทดแทนแก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ร่วม

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 129,397.80 บาท แก่ผู้ร้อง (ที่ถูก โจทก์ร่วม) พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กรกฎาคม 2551) ต้องไม่เกิน 2,692 บาท ตามขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท

คู่ความไม่อุทธรณ์คดีในส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีส่วนอาญา

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำคุกแก่จำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงให้จำคุก 6 ปี 8 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายโกวิทย์ ผู้ร้อง เป็นเงิน 22,800 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด กับให้ศาลชั้นต้นคืนค่าขึ้นศาลในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นทั้งหมดแก่ผู้ร้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความไม่อุทธรณ์สำหรับคดีส่วนแพ่ง จึงไม่จำต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยขออ้างอุทธรณ์จำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาจำเลยนั้น เห็นว่า การที่จำเลยอ้างอุทธรณ์เป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเท่ากับฎีกาของจำเลยที่อ้างอุทธรณ์เป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบอย่างไร และจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพราะเหตุใด ทั้ง ๆ ที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อ้างเหตุคนละอย่างกับเหตุที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้ไว้ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2033/2551
primary_red_case_no
อ2235/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000367.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6544/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556