คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9006/2557 ฉบับเต็ม

#562672
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9006/2557 นางนิ่ม ไชยโย โจทก์ นางนารีนาฏ ไชยโยหรือยิ่งกุลเชา จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1452, มาตรา 1495, มาตรา 1497 ขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับ ท. นั้น ท. จดทะเบียนสมรสกับโจทก์แล้วและยังคงเป็นคู่สมรสกับโจทก์ตลอดมาจนกระทั่ง ท. ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. จึงเป็นการฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ผู้มีส่วนได้เสียจะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้ตามมาตรา 1497 แม้ภายหลัง ท. ถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. สิ้นสุดลงไปก่อนโจทก์ฟ้องก็ตาม แต่เมื่อการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. ยังเป็นโมฆะอยู่ โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. เป็นโมฆะได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายทนงศักดิ์ โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2528 ต่อมานายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ไปขอรับเงินบำเหน็จตกทอดและเงินอื่น ๆ ที่ทางราชการจะจ่ายให้แก่ทายาท ปรากฏว่าจำเลยได้อ้างว่าเป็นภริยาของนายทนงศักดิ์โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2538 การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน จึงตกเป็นโมฆะ ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนเพิกถอนทะเบียนสมรสเลขที่ 529/1140 หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้การจดทะเบียนสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์ กับจำเลย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2538 ตามทะเบียนสมรสเลขที่ 529/1140 เป็นโมฆะ และให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช บันทึกความเป็นโมฆะไว้ในทะเบียนสมรสเมื่อคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสดังกล่าวเป็นโมฆะถึงที่สุด ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนายทนงศักดิ์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2528 ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2538 นายทนงศักดิ์จดทะเบียนสมรสกับจำเลย นายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายวันที่ 5 กันยายน 2551 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เมื่อนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายไปก่อนโจทก์ฟ้องและการสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์กับจำเลยสิ้นสุดลงเพราะเหตุนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย การสมรสซ้อนดังกล่าวจึงไม่กระทบหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า การสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์กับจำเลยตกเป็นโมฆะ เห็นว่า เมื่อรับฟังได้ว่าขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับนายทะนงศักดิ์นั้น นายทนงศักดิ์จดทะเบียนสมรสกับโจทก์แล้ว และยังคงเป็นคู่สมรสกับโจทก์ตลอดมาจนกระทั่งนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ซึ่งกรณีดังกล่าวกฎหมายให้สิทธิแก่ผู้มีส่วนได้เสียจะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้ตามมาตรา 1497 ดังนี้ แม้ภายหลังจากที่นายทนงศักดิ์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยแล้ว นายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้การสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์สิ้นสุดลงไปก่อนโจทก์ฟ้องก็ตาม แต่เมื่อการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์ยังเป็นโมฆะอยู่เช่นนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้การสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์เป็นโมฆะได้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์-พฤษภา พนมยันตร์-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายนิติรัฐ นาสมใจ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายจำแลง กุลเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)105/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ188/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ22/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562672
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายนิติรัฐ นาสมใจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายจำแลง กุลเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976809"
    }
}
date
2557
deka_no
9006/2557
deka_running_no
9006
deka_year
2557
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "ชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์",
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1452",
            "ม. 1495",
            "ม. 1497"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนิ่ม ไชยโย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนารีนาฏ ไชยโยหรือยิ่งกุลเชา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายทนงศักดิ์ โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2528 ต่อมานายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ไปขอรับเงินบำเหน็จตกทอดและเงินอื่น ๆ ที่ทางราชการจะจ่ายให้แก่ทายาท ปรากฏว่าจำเลยได้อ้างว่าเป็นภริยาของนายทนงศักดิ์โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2538 การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน จึงตกเป็นโมฆะ ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนเพิกถอนทะเบียนสมรสเลขที่ 529/1140 หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้การจดทะเบียนสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์ กับจำเลย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2538 ตามทะเบียนสมรสเลขที่ 529/1140 เป็นโมฆะ และให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช บันทึกความเป็นโมฆะไว้ในทะเบียนสมรสเมื่อคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสดังกล่าวเป็นโมฆะถึงที่สุด ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนายทนงศักดิ์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2528 ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2538 นายทนงศักดิ์จดทะเบียนสมรสกับจำเลย นายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายวันที่ 5 กันยายน 2551

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เมื่อนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายไปก่อนโจทก์ฟ้องและการสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์กับจำเลยสิ้นสุดลงเพราะเหตุนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย การสมรสซ้อนดังกล่าวจึงไม่กระทบหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า การสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์กับจำเลยตกเป็นโมฆะ เห็นว่า เมื่อรับฟังได้ว่าขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับนายทะนงศักดิ์นั้น นายทนงศักดิ์จดทะเบียนสมรสกับโจทก์แล้ว และยังคงเป็นคู่สมรสกับโจทก์ตลอดมาจนกระทั่งนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ซึ่งกรณีดังกล่าวกฎหมายให้สิทธิแก่ผู้มีส่วนได้เสียจะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้ตามมาตรา 1497 ดังนี้ แม้ภายหลังจากที่นายทนงศักดิ์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยแล้ว นายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้การสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์สิ้นสุดลงไปก่อนโจทก์ฟ้องก็ตาม แต่เมื่อการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์ยังเป็นโมฆะอยู่เช่นนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้การสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์เป็นโมฆะได้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ188/2553
primary_red_case_no
พ22/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000330.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)105/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557