คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19494 -ที่ 19500/2556 ฉบับเต็ม

#562689
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19494 - 19500/2556 นายสมยศ โพธิ์สุวรรณ กับพวก โจทก์ บริษัททีเอสเทค (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) โจทก์รวม 7 คน สวมชุดพนักงานของจำเลยเล่นการพนันหลังจากเลิกงาน ณ สถานที่ภายนอกที่ทำการของจำเลย แล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม แม้การกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจำเลยอยู่บ้าง แต่ผู้เสื่อมเสียจากการกระทำนั้นโดยตรงคือโจทก์รวม 7 คน นั่นเอง ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง ___________________________ รายชื่อโจทก์ปรากฏตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 1 คดีทั้งเก้าสำนวนนี้ ศาลแรงงานภาค 1 สั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 และเรียกจำเลยทั้งเก้าสำนวนว่าจำเลย โจทก์ทั้งเก้าสำนวนฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมทั้งดอกเบี้ยและเงินโบนัสตามฟ้องโจทก์แต่ละคน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานภาค 1 โจทก์ที่ 5 และที่ 8 รวม 2 คน ขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 อนุญาต เหลือโจทก์รวม 7 คน ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 60,240 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 5,190 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 5,190 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 53,520 บาท โจทก์ที่ 6 จำนวน 53,666 บาท โจทก์ที่ 7 จำนวน 38,968 บาท และโจทก์ที่ 9 จำนวน 5,310 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 2 ธันวาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจ้างโจทก์รวม 7 คน เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2543 วันที่ 21 พฤษภาคม 2550 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 วันที่ 19 ตุลาคม 2545 วันที่ 21 สิงหาคม 2545 วันที่ 5 มิถุนายน 2543 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตามลำดับ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามฟ้อง กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 โจทก์รวม 7 คน กับพวกเล่นการพนันไฮโล ที่ห้องโต๊ะสนุกเกอร์ของร้านอาหารคุ้มนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาถูกเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมและแจ้งให้จำเลยทราบ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์รวม 7 คน ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในขณะที่เล่นการพนันไฮโลซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาหลังจากเลิกงานแล้วและสถานที่ดังกล่าวอยู่ภายนอกบริษัทจำเลย ถึงแม้โจทก์รวม 7 คน จะกระทำความผิดระเบียบของจำเลยที่ระบุว่าพนักงานต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบอันดีงามของสังคมและจารีตประเพณี และห้ามพนักงานชักชวนให้พนักงานอื่นทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม ถือว่าโจทก์รวม 7 คน บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง และกระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยผู้เป็นนายจ้างจึงเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 โจทก์รวม 7 คน จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การกระทำผิดระเบียบดังกล่าวไม่เป็นการกระทำความผิดในกรณีร้ายแรง จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2551 มาตรา 119 โจทก์รวม 7 คน จึงได้รับค่าชดเชย จำเลยเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยมีสาเหตุที่สมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้าง ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์รวม 7 คน หรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของโจทก์รวม 7 คน เป็นความผิดมีโทษถึงจำคุก และศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาลงโทษปรับโจทก์รวม 7 คน ขณะเล่นการพนันโจทก์รวม 7 คน สวมเครื่องแบบพนักงาน โจทก์รวม 7 คน รู้ระเบียบข้อบังคับในการทำงานดีว่าพนักงานต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบอันดีงามของสังคมและจารีตประเพณี และห้ามพนักงานชักชวนพนักงานอื่นกระทำการใด ๆ ที่ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตามระเบียบในการทำงานข้อย่อยที่ 1.11 และ 1.44 แต่กลับชักชวนกันเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันโดยโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อโจทก์รวม 7 คน ถูกควบคุมตัวทำให้จำเลยเสียหายจากการขาดแรงงานจากโจทก์รวม 7 คน จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน นั้น เห็นว่า โจทก์รวม 7 คน เล่นการพนันไฮโลหลังจากเลิกงานแล้วและสถานที่ดังกล่าวก็อยู่ภายนอกบริษัทจำเลย แม้การกระทำของโจทก์รวม 7 คน จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจำเลยอยู่บ้าง แต่ผู้ที่เสื่อมเสียจากการกระทำดังกล่าวโดยตรงก็คือโจทก์รวม 7 คน นั่นเอง ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์รวม 7 คน ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิทยา บุญชู-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์) ศาลแรงงานภาค 1 - นายองอาจ แน่นหนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร727-732/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ345/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ62/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562689
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 1",
        "judge": "นายองอาจ แน่นหนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979294"
    }
}
date
2556
deka_no
19500/2556
deka_running_no
19500
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมยศ โพธิ์สุวรรณ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัททีเอสเทค (ประเทศไทย) จำกัด"
    }
]
long_text
รายชื่อโจทก์ปรากฏตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 1

คดีทั้งเก้าสำนวนนี้ ศาลแรงงานภาค 1 สั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 และเรียกจำเลยทั้งเก้าสำนวนว่าจำเลย

โจทก์ทั้งเก้าสำนวนฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมทั้งดอกเบี้ยและเงินโบนัสตามฟ้องโจทก์แต่ละคน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานภาค 1 โจทก์ที่ 5 และที่ 8 รวม 2 คน ขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 อนุญาต เหลือโจทก์รวม 7 คน

ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 60,240 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 5,190 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 5,190 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 53,520 บาท โจทก์ที่ 6 จำนวน 53,666 บาท โจทก์ที่ 7 จำนวน 38,968 บาท และโจทก์ที่ 9 จำนวน 5,310 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 2 ธันวาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจ้างโจทก์รวม 7 คน เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2543 วันที่ 21 พฤษภาคม 2550 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 วันที่ 19 ตุลาคม 2545 วันที่ 21 สิงหาคม 2545 วันที่ 5 มิถุนายน 2543 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตามลำดับ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามฟ้อง กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 โจทก์รวม 7 คน กับพวกเล่นการพนันไฮโล ที่ห้องโต๊ะสนุกเกอร์ของร้านอาหารคุ้มนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาถูกเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมและแจ้งให้จำเลยทราบ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์รวม 7 คน ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในขณะที่เล่นการพนันไฮโลซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาหลังจากเลิกงานแล้วและสถานที่ดังกล่าวอยู่ภายนอกบริษัทจำเลย ถึงแม้โจทก์รวม 7 คน จะกระทำความผิดระเบียบของจำเลยที่ระบุว่าพนักงานต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบอันดีงามของสังคมและจารีตประเพณี และห้ามพนักงานชักชวนให้พนักงานอื่นทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม ถือว่าโจทก์รวม 7 คน บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง และกระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยผู้เป็นนายจ้างจึงเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 โจทก์รวม 7 คน จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การกระทำผิดระเบียบดังกล่าวไม่เป็นการกระทำความผิดในกรณีร้ายแรง จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2551 มาตรา 119 โจทก์รวม 7 คน จึงได้รับค่าชดเชย จำเลยเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยมีสาเหตุที่สมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้าง ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์รวม 7 คน หรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของโจทก์รวม 7 คน เป็นความผิดมีโทษถึงจำคุก และศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาลงโทษปรับโจทก์รวม 7 คน ขณะเล่นการพนันโจทก์รวม 7 คน สวมเครื่องแบบพนักงาน โจทก์รวม 7 คน รู้ระเบียบข้อบังคับในการทำงานดีว่าพนักงานต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบอันดีงามของสังคมและจารีตประเพณี และห้ามพนักงานชักชวนพนักงานอื่นกระทำการใด ๆ ที่ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตามระเบียบในการทำงานข้อย่อยที่ 1.11 และ 1.44 แต่กลับชักชวนกันเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันโดยโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อโจทก์รวม 7 คน ถูกควบคุมตัวทำให้จำเลยเสียหายจากการขาดแรงงานจากโจทก์รวม 7 คน จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน นั้น เห็นว่า โจทก์รวม 7 คน เล่นการพนันไฮโลหลังจากเลิกงานแล้วและสถานที่ดังกล่าวก็อยู่ภายนอกบริษัทจำเลย แม้การกระทำของโจทก์รวม 7 คน จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจำเลยอยู่บ้าง แต่ผู้ที่เสื่อมเสียจากการกระทำดังกล่าวโดยตรงก็คือโจทก์รวม 7 คน นั่นเอง ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์รวม 7 คน ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์รวม 7 คน โดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวม 7 คน ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ345/2551
primary_red_case_no
พ62/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000352.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร727-732/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19494 -
year
2556