คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6899/2557 ฉบับเต็ม

#562694
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6899/2557 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายเชาว์ รุ่งเรือง จำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, มาตรา 72 วรรคสาม เมื่ออาวุธปืนที่จำเลยมีและพยายามจำหน่ายสำหรับการค้าเป็นอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาต และจำเลยยังมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น ซองกระสุนปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลางอื่นอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่งด้วย จึงต้องลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสาม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 24, 72, 72 ทวิ, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 80, 91, 371 ริบอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) พร้อมซองกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 24, 72 วรรคหนึ่ง วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่น เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร จำคุก 3 เดือน ฐานพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 13 เดือน ริบอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) และซองกระสุนปืนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะในข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและข้อหาพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรรมเดียว ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 24, 73 ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 เมื่อรวมโทษข้อหาอื่นแล้วให้จำคุกมีกำหนด1 ปี 7 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาตและซองกระสุนปืน 1 อัน อาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) หมายเลขทะเบียน 3304874 หมายเลขประจำปืน SS 43594 และซองกระสุนปืน 1 อัน อาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) หมายเลขทะเบียน 3715011 หมายเลขประจำปืน SN 11112 E อาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 MAGNUM หมายเลขทะเบียน นฐ 01/41500030 หมายเลขประจำปืน 677319 ซองกระสุนปืน 1 อัน ซึ่งอาวุธปืนทั้งสามกระบอกเป็นของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย กระสุนปืนออโตเมติก ขนาด .45 (11 มม.) 6 นัด กระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 12 นัด และกระสุนปืนลูกกรด ขนาด .22 MAGNUM 2 นัด โดยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวสามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยพยายามจำหน่ายอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาต 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน สำหรับการค้าให้แก่สายลับของเจ้าพนักงานในราคา 36,000 บาท โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ดังนี้ เมื่ออาวุธปืนที่จำเลยมีและพยายามจำหน่ายสำหรับการค้าเป็นอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาต และจำเลยยังมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น ซองกระสุนปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลางอื่นอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกระทงหนึ่งด้วย จึงต้องลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยมีเจตนาพาอาวุธปืนของกลางหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังได้ตามฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาพาอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) พร้อมกระสุนปืน อาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) พร้อมซองกระสุนปืนบรรจุกระสุนปืน 6 นัด ติดตัวไปตามถนนภายในหมู่บ้าน จำเลยเพิ่งยกข้อเท็จจริงขึ้นในชั้นฎีกาว่าจำเลยไม่มีเจตนาพาอาวุธปืนดังกล่าว จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยมีอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนและมีทะเบียนพร้อมกระสุนปืนไว้ในครอบครองหลายกระบอกและหลายนัด แล้วยังพาอาวุธปืนของกลาง 2 กระบอกไปตามถนนในหมู่บ้าน จากนั้นจำเลยพยายามจำหน่ายอาวุธปืนของกลาง 1 กระบอก ให้แก่สายลับอีก การกระทำของจำเลยเป็นการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างยิ่ง ทั้งหากจำเลยจำหน่ายอาวุธปืนได้สำเร็จเมื่อมีการใช้อาวุธปืนดังกล่าวก่อเหตุใด ๆ ขึ้น ย่อมยากแก่การตรวจสอบหาตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงได้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนก็ยังไม่เป็นเหตุอันควรให้ความปรานีแก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานอื่นแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 10 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 (โสฬส สุวรรณเนตร์-เกษม เกษมปัญญา-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุชาติ ตั้งอภิญญา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายศักดิ์สิทธิ์ จิระพรวัชรานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1575/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ599/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3138/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562694
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครปฐม",
        "judge": "นายสุชาติ ตั้งอภิญญา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายศักดิ์สิทธิ์ จิระพรวัชรานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977365"
    }
}
date
2557
deka_no
6899/2557
deka_running_no
6899
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 72 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเชาว์ รุ่งเรือง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 24, 72, 72 ทวิ, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 80, 91, 371 ริบอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) พร้อมซองกระสุนปืนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 24, 72 วรรคหนึ่ง วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่น เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร จำคุก 3 เดือน ฐานพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 13 เดือน ริบอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) และซองกระสุนปืนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะในข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและข้อหาพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรรมเดียว ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามจำหน่ายอาวุธปืนสำหรับการค้าตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 24, 73 ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 เมื่อรวมโทษข้อหาอื่นแล้วให้จำคุกมีกำหนด1 ปี 7 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาตและซองกระสุนปืน 1 อัน อาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) หมายเลขทะเบียน 3304874 หมายเลขประจำปืน SS 43594 และซองกระสุนปืน 1 อัน อาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) หมายเลขทะเบียน 3715011 หมายเลขประจำปืน SN 11112 E อาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 MAGNUM หมายเลขทะเบียน นฐ 01/41500030 หมายเลขประจำปืน 677319 ซองกระสุนปืน 1 อัน ซึ่งอาวุธปืนทั้งสามกระบอกเป็นของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย กระสุนปืนออโตเมติก ขนาด .45 (11 มม.) 6 นัด กระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 12 นัด และกระสุนปืนลูกกรด ขนาด .22 MAGNUM 2 นัด โดยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวสามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยพยายามจำหน่ายอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาต 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน สำหรับการค้าให้แก่สายลับของเจ้าพนักงานในราคา 36,000 บาท โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ดังนี้ เมื่ออาวุธปืนที่จำเลยมีและพยายามจำหน่ายสำหรับการค้าเป็นอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานอนุญาต และจำเลยยังมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น ซองกระสุนปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลางอื่นอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกระทงหนึ่งด้วย จึงต้องลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยมีเจตนาพาอาวุธปืนของกลางหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังได้ตามฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาพาอาวุธปืนพกออโตเมติก (STAR) ขนาด .38 (9 มม.) พร้อมกระสุนปืน อาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) พร้อมซองกระสุนปืนบรรจุกระสุนปืน 6 นัด ติดตัวไปตามถนนภายในหมู่บ้าน จำเลยเพิ่งยกข้อเท็จจริงขึ้นในชั้นฎีกาว่าจำเลยไม่มีเจตนาพาอาวุธปืนดังกล่าว จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยมีอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนและมีทะเบียนพร้อมกระสุนปืนไว้ในครอบครองหลายกระบอกและหลายนัด แล้วยังพาอาวุธปืนของกลาง 2 กระบอกไปตามถนนในหมู่บ้าน จากนั้นจำเลยพยายามจำหน่ายอาวุธปืนของกลาง 1 กระบอก ให้แก่สายลับอีก การกระทำของจำเลยเป็นการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างยิ่ง ทั้งหากจำเลยจำหน่ายอาวุธปืนได้สำเร็จเมื่อมีการใช้อาวุธปืนดังกล่าวก่อเหตุใด ๆ ขึ้น ย่อมยากแก่การตรวจสอบหาตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงได้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนก็ยังไม่เป็นเหตุอันควรให้ความปรานีแก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานอื่นแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 10 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
opensearch_id
primary_black_case_no
อ599/2556
primary_red_case_no
อ3138/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000335.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1575/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557