คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5486/2557 ฉบับเต็ม

#562700
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5486/2557 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายสมควร อ่วมเมือง จำเลย ป.อ. มาตรา 96, มาตรา 352 ผู้เสียหายเป็นร้านค้าชุมชนก่อตั้งโดยราษฎรในชุมชนมีสมาชิกประมาณ 700 คน สมาชิกแต่ละคนต้องลงหุ้นคนละ 1 หุ้น ส. เป็นผู้ถือหุ้นและเป็นประธานกรรมการของผู้เสียหาย ภายหลังจาก ว. พนักงานบัญชีของผู้เสียหายตรวจสอบพบว่า สินค้าในร้านหายไป ว. แจ้งให้ ส. และคณะกรรมการทราบถึงกรณีสินค้าขาดจำนวนภายในเดือนมีนาคม 2553 และคณะกรรมการลงมติให้มีหนังสือถึงจำเลยพนักงานขายของผู้เสียหายให้ไปชี้แจง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ส. และคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดภายในเดือนดังกล่าว ส. เป็นสมาชิกของผู้เสียหายโดยเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง ส. จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหายักยอกด้วย เมื่อ ส. ไปร้องทุกข์ภายในเดือนสิงหาคม 2553 ซึ่งพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่ ส. และคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยักยอกไปหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 214,781 บาท แก่ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยักยอกไปหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 214,781 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอยก่อตั้งขึ้นโดยราษฎรในชุมชนร่วมกันลงหุ้นเป็นสมาชิก มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค โดยสมาชิกจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินปันผล มีกรรมการ 15 คน มีนายสุนทร เป็นประธานกรรมการ นางละมัย เป็นกรรมการและเหรัญญิก วันที่ 1 มีนาคม 2551 คณะกรรมการของผู้เสียหายจ้างจำเลยเป็นพนักงานขาย ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2553 สัญญาจ้างจำเลยครบกำหนดและจำเลยไม่ได้สมัครเป็นพนักงานของผู้เสียหายต่อ แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้จ้างพนักงานขายคนใหม่ จึงให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 10 มีนาคม 2553 จำเลยจึงพ้นจากตำแหน่งพนักงานขาย หลังจากนั้นนายวัชรินทร์ พนักงานบัญชีของผู้เสียหายดำเนินการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือในวันที่ 11 มีนาคม 2553 ปรากฏว่าสินค้าประเภทปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ถังแก๊ส และถังน้ำพลาสติก ขาดจำนวนไปประมาณ 500 รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินประมาณ 214,781 บาท วันที่ 1 เมษายน 2553 นายสุนทรส่งจดหมายนัดให้จำเลยไปชี้แจงกรณีถังแก๊สและถังน้ำพลาสติกขาดจำนวนในวันที่ 9 เมษายน 2553 ตามจดหมาย แต่จำเลยไม่ไปชี้แจง วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 มีการประชุมคณะกรรมการร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอย โดยมีนายสุนทรและนางละมัยร่วมประชุมด้วย นายสุนทรแจ้งเรื่องสินค้าขาดจำนวนให้ที่ประชุมทราบ วันที่ 9 สิงหาคม 2553 คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำหนังสือมอบอำนาจให้นายสุนทรดำเนินคดีแก่จำเลย ตามหนังสือมอบอำนาจ ต่อมานายสุนทรร้องทุกข์ขอให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไร่สะท้อน ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหายักยอก คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีขาดอายุความแล้วหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอยก่อตั้งขึ้นโดยราษฎรในชุมชนร่วมกันลงหุ้นเป็นสมาชิก หากมีการกระทำความผิดอาญาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของสมาชิกย่อมถือว่าสมาชิกทุกคนเป็นผู้เสียหาย ส่วนการพิจารณาว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาถึงการรับรู้ของผู้เสียหายแต่ละคน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า ก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 คงมีเพียงนายสุนทรและนายวัชรินทร์เท่านั้นที่ทราบว่าสินค้าขาดจำนวน แต่กรรมการและสมาชิกคนอื่น ๆ รวมทั้งนางละมัยเพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวในวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ส่วนข้อความตามจดหมาย ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าสินค้าขาดจำนวนไปกี่รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินเท่าใด จึงยังไม่อาจถือได้ว่าคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เมื่อคณะกรรมการรวมทั้งนางละมัยมอบอำนาจให้นายสุนทรดำเนินคดีแก่จำเลยในวันที่ 9 สิงหาคม 2553 แม้นายสุนทรไปร้องทุกข์ภายในวันดังกล่าวหรือในวันที่ 19 สิงหาคม 2553 คดีจึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ในคดีความผิดอันยอมความได้ที่มีผู้เสียหายหลายคน ผู้เสียหายแต่ละคนย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่กระทำความผิด ก็ต้องมีการร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายคนแรกรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีย่อมขาดอายุความ แม้มีผู้เสียหายคนอื่นรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดก่อนวันที่มีการร้องทุกข์ไม่เกินสามเดือน ชั้นพิจารณาโจทก์มีนายสุนทรเป็นพยานเบิกความว่า ผู้เสียหายมีสมาชิกประมาณ 700 คน สมาชิกแต่ละคนต้องลงหุ้นคนละ 1 หุ้น พยานมีหุ้น 1 หุ้น ภายหลังจากนายวัชรินทร์ตรวจสอบพบว่า สินค้าในร้านหายไป นายวัชรินทร์แจ้งให้นายสุนทรและคณะกรรมการทราบถึงกรณีสินค้าขาดจำนวนภายในเดือนมีนาคม 2553 และคณะกรรมการลงมติให้มีหนังสือถึงจำเลยให้ไปชี้แจง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า นายสุนทรและคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดภายในเดือนดังกล่าว นายสุนทรเป็นสมาชิกของผู้เสียหายโดยเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งด้วย นายสุนทรจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยด้วย ส่วนกรณีข้อความตามจดหมาย ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าสินค้าขาดจำนวนไปกี่รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินเท่าใดนั้นก็เป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่โจทก์อ้างว่าถูกจำเลยยักยอกไป เมื่อนายสุนทรไปร้องทุกข์ภายในเดือนสิงหาคม 2553 ซึ่งพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่นายสุนทรและคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-วรงค์พร จิระภาค-สุภัทร์ สุทธิมนัส) ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางกฤษณา กลั่นนุรักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวีระศักดิ์ นิศามณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2052/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3608/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ782/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562700
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเพชรบุรี",
        "judge": "นางกฤษณา กลั่นนุรักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ นิศามณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977720"
    }
}
date
2557
deka_no
5486/2557
deka_running_no
5486
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี",
    "วรงค์พร จิระภาค",
    "สุภัทร์ สุทธิมนัส"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96",
            "ม. 352"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมควร อ่วมเมือง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยักยอกไปหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 214,781 บาท แก่ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยักยอกไปหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 214,781 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอยก่อตั้งขึ้นโดยราษฎรในชุมชนร่วมกันลงหุ้นเป็นสมาชิก มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค โดยสมาชิกจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินปันผล มีกรรมการ 15 คน มีนายสุนทร เป็นประธานกรรมการ นางละมัย เป็นกรรมการและเหรัญญิก วันที่ 1 มีนาคม 2551 คณะกรรมการของผู้เสียหายจ้างจำเลยเป็นพนักงานขาย ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2553 สัญญาจ้างจำเลยครบกำหนดและจำเลยไม่ได้สมัครเป็นพนักงานของผู้เสียหายต่อ แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้จ้างพนักงานขายคนใหม่ จึงให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 10 มีนาคม 2553 จำเลยจึงพ้นจากตำแหน่งพนักงานขาย หลังจากนั้นนายวัชรินทร์ พนักงานบัญชีของผู้เสียหายดำเนินการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือในวันที่ 11 มีนาคม 2553 ปรากฏว่าสินค้าประเภทปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ถังแก๊ส และถังน้ำพลาสติก ขาดจำนวนไปประมาณ 500 รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินประมาณ 214,781 บาท วันที่ 1 เมษายน 2553 นายสุนทรส่งจดหมายนัดให้จำเลยไปชี้แจงกรณีถังแก๊สและถังน้ำพลาสติกขาดจำนวนในวันที่ 9 เมษายน 2553 ตามจดหมาย แต่จำเลยไม่ไปชี้แจง วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 มีการประชุมคณะกรรมการร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอย โดยมีนายสุนทรและนางละมัยร่วมประชุมด้วย นายสุนทรแจ้งเรื่องสินค้าขาดจำนวนให้ที่ประชุมทราบ วันที่ 9 สิงหาคม 2553 คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำหนังสือมอบอำนาจให้นายสุนทรดำเนินคดีแก่จำเลย ตามหนังสือมอบอำนาจ ต่อมานายสุนทรร้องทุกข์ขอให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไร่สะท้อน ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหายักยอก

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีขาดอายุความแล้วหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ร้านค้าชุมชนบ้านโพธิ์ลอยก่อตั้งขึ้นโดยราษฎรในชุมชนร่วมกันลงหุ้นเป็นสมาชิก หากมีการกระทำความผิดอาญาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของสมาชิกย่อมถือว่าสมาชิกทุกคนเป็นผู้เสียหาย ส่วนการพิจารณาว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาถึงการรับรู้ของผู้เสียหายแต่ละคน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า ก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 คงมีเพียงนายสุนทรและนายวัชรินทร์เท่านั้นที่ทราบว่าสินค้าขาดจำนวน แต่กรรมการและสมาชิกคนอื่น ๆ รวมทั้งนางละมัยเพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวในวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ส่วนข้อความตามจดหมาย ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าสินค้าขาดจำนวนไปกี่รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินเท่าใด จึงยังไม่อาจถือได้ว่าคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เมื่อคณะกรรมการรวมทั้งนางละมัยมอบอำนาจให้นายสุนทรดำเนินคดีแก่จำเลยในวันที่ 9 สิงหาคม 2553 แม้นายสุนทรไปร้องทุกข์ภายในวันดังกล่าวหรือในวันที่ 19 สิงหาคม 2553 คดีจึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ในคดีความผิดอันยอมความได้ที่มีผู้เสียหายหลายคน ผู้เสียหายแต่ละคนย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่กระทำความผิด ก็ต้องมีการร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายคนแรกรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีย่อมขาดอายุความ แม้มีผู้เสียหายคนอื่นรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดก่อนวันที่มีการร้องทุกข์ไม่เกินสามเดือน ชั้นพิจารณาโจทก์มีนายสุนทรเป็นพยานเบิกความว่า ผู้เสียหายมีสมาชิกประมาณ 700 คน สมาชิกแต่ละคนต้องลงหุ้นคนละ 1 หุ้น พยานมีหุ้น 1 หุ้น ภายหลังจากนายวัชรินทร์ตรวจสอบพบว่า สินค้าในร้านหายไป นายวัชรินทร์แจ้งให้นายสุนทรและคณะกรรมการทราบถึงกรณีสินค้าขาดจำนวนภายในเดือนมีนาคม 2553 และคณะกรรมการลงมติให้มีหนังสือถึงจำเลยให้ไปชี้แจง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า นายสุนทรและคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดภายในเดือนดังกล่าว นายสุนทรเป็นสมาชิกของผู้เสียหายโดยเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งด้วย นายสุนทรจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยด้วย ส่วนกรณีข้อความตามจดหมาย ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าสินค้าขาดจำนวนไปกี่รายการ รวมมูลค่าเป็นเงินเท่าใดนั้นก็เป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่โจทก์อ้างว่าถูกจำเลยยักยอกไป เมื่อนายสุนทรไปร้องทุกข์ภายในเดือนสิงหาคม 2553 ซึ่งพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่นายสุนทรและคณะกรรมการรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3608/2553
primary_red_case_no
อ782/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000338.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2052/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557