คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11560/2557 ฉบับเต็ม

#562724
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11560/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายวิโรจน์ ลออพันธ์สกุล กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 180 การยื่นเอกสารเท็จในชั้นยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตาย ยังไม่ถึงชั้นพิจารณาพยานหลักฐานว่าจำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตายไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 177, 180, 267 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และข้อหาร่วมกันเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานนี้ว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนรินทร์ จำเลย โดยยื่นเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพและมรณะบัตร ซึ่งเป็นเอกสารเท็จที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้มาโดยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ประกอบคำร้องขอให้ศาลพิจารณากรณีจำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตายตามเอกสารที่นำมาแสดง ซึ่งพยานหลักฐานที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันแสดงต่อศาลดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี โดยหากศาลเชื่อตามเอกสารศาลย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากสารบบความ ซึ่งตามฟ้องดังกล่าวเป็นการยื่นเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพและมรณะบัตรอันเป็นเอกสารเท็จในชั้นยื่นคำร้องต่อศาลว่านายนรินทร์ จำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตาย ซึ่งยังไม่ถึงชั้นพิจารณาพยานหลักฐานว่านายนรินทร์ถึงแก่ความตายหรือไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่โจทก์ฟ้อง การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี แต่อาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 เท่านั้น แต่เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานมาด้วย จึงไม่มีข้อต้องพิจารณาในความผิดฐานนี้ เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง และไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธราธร ศิลปโอสถ-บุญมี ฐิตะศิริ-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา) ศาลอาญา - นายพูนศักดิ์ เข็มแซมเกษ ศาลอุทธรณ์ - นายขจรเดช คงแสงชู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.431/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1337/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1442/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562724
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายพูนศักดิ์ เข็มแซมเกษ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายขจรเดช คงแสงชู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976352"
    }
}
date
2557
deka_no
11560/2557
deka_running_no
11560
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ธราธร ศิลปโอสถ",
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 180"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิโรจน์ ลออพันธ์สกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 177, 180, 267

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และข้อหาร่วมกันเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานนี้ว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนรินทร์ จำเลย โดยยื่นเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพและมรณะบัตร ซึ่งเป็นเอกสารเท็จที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้มาโดยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ประกอบคำร้องขอให้ศาลพิจารณากรณีจำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตายตามเอกสารที่นำมาแสดง ซึ่งพยานหลักฐานที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันแสดงต่อศาลดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี โดยหากศาลเชื่อตามเอกสารศาลย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากสารบบความ ซึ่งตามฟ้องดังกล่าวเป็นการยื่นเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพและมรณะบัตรอันเป็นเอกสารเท็จในชั้นยื่นคำร้องต่อศาลว่านายนรินทร์ จำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตาย ซึ่งยังไม่ถึงชั้นพิจารณาพยานหลักฐานว่านายนรินทร์ถึงแก่ความตายหรือไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่โจทก์ฟ้อง การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี แต่อาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 เท่านั้น แต่เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานมาด้วย จึงไม่มีข้อต้องพิจารณาในความผิดฐานนี้ เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง และไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1337/2552
primary_red_case_no
อ1442/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000326.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.431/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557