คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5218/2556 ฉบับเต็ม

#562725
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5218/2556 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางยาวาเฮ ดาโอะ ผู้ประกัน นายอับดุลกานี ผดุงรักษ์ศาสตร์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 112 แม้ผู้ประกันจะนำตัวจำเลยมายังศาลชั้นต้นตามกำหนดนัดที่ศาลชั้นต้นระบุไว้ในใบนัดให้ส่งตัวจำเลยก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ศาลว่าในวันดังกล่าวจำเลยและผู้ประกันมาศาลเพื่อยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจ้าพนักงานศาลตรวจสอบแล้วปรากฏว่าล่วงเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ และสอบถามจำเลยแล้วประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ จำเลยและผู้ประกันจึงให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องให้จำเลยและผู้ประกันแล้วได้แจ้งให้จำเลยและผู้ประกันรอฟังคำสั่ง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้วจำเลยและผู้ประกันไม่มาฟังคำสั่ง พฤติการณ์ของจำเลยและผู้ประกันดังกล่าวเห็นได้ว่า จำเลยและผู้ประกันมาศาลตามกำหนดนัดในใบนัดของศาลชั้นต้นเพื่อยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว ผู้ประกันจึงผิดสัญญาประกัน ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 วรรคแรก พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 โดยอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2555 จำเลยและผู้ประกันมาศาลพร้อมนำคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มายื่นต่อศาลชั้นต้น เมื่อเจ้าพนักงานศาลตรวจสอบแล้วปรากฏว่าล่วงเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้วและจำเลยยังประสงค์ที่จะอุทธรณ์ จำเลยและผู้ประกันจึงให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องให้จำเลยและผู้ประกันแล้วเสนอต่อศาลชั้นต้น พร้อมแจ้งให้จำเลยและผู้ประกันรอฟังคำสั่งศาลชั้นต้น ต่อมาเวลาประมาณ 14 นาฬิกา ถึง 14.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานศาลประกาศเรียกจำเลยและผู้ประกัน แต่จำเลยและผู้ประกันไม่มาพบและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า พฤติการณ์ของจำเลยและผู้ประกันตามรายงานเจ้าหน้าที่ส่อแสดงให้เห็นว่าผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามสัญญาประกัน ให้ปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ประกันว่า ผู้ประกันผิดสัญญาประกันหรือไม่ โดยผู้ประกันฎีกาว่า ผู้ประกันได้นำตัวจำเลยมาส่งต่อศาลชั้นต้นตามกำหนดนัดที่ศาลชั้นต้นได้ระบุไว้ในใบนัดให้ส่งตัวจำเลยในวันที่ 19 มีนาคม 2555 เวลา 9 นาฬิกา แล้ว ผู้ประกันจึงหมดหน้าที่ในฐานะผู้ประกันนั้น เห็นว่า แม้ผู้ประกันจะนำตัวจำเลยมายังศาลชั้นต้นตามกำหนดนัดที่ศาลชั้นต้นระบุไว้ในใบนัดให้ส่งตัวจำเลยก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ศาลว่าในวันดังกล่าวจำเลยและผู้ประกันมาศาลเพื่อยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจ้าพนักงานศาลตรวจสอบแล้วปรากฏว่าล่วงเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ และสอบถามจำเลยแล้วประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ จำเลยและผู้ประกันจึงให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องให้จำเลยและผู้ประกันแล้วได้แจ้งให้จำเลยและผู้ประกันรอฟังคำสั่ง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้วจำเลยและผู้ประกันไม่มาฟังคำสั่ง พฤติการณ์ของจำเลยและผู้ประกันดังกล่าวเห็นได้ว่า จำเลยและผู้ประกันมาศาลตามกำหนดนัดในใบนัดของศาลชั้นต้นเพื่อยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว ผู้ประกันจึงผิดสัญญาประกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ประกันฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อภิรัตน์ ลัดพลี-ธงชัย เสนามนตรี-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสนธนัชชัย จันทร์พานิช ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายกีรติ เชียงปวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.460/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ282/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ260/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562725
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายสนธนัชชัย จันทร์พานิช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายกีรติ เชียงปวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981563"
    }
}
date
2556
deka_no
5218/2556
deka_running_no
5218
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 112"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "ผู้ประกัน",
        "name": "นางยาวาเฮ ดาโอะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอับดุลกานี ผดุงรักษ์ศาสตร์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 วรรคแรก พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 โดยอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2555 จำเลยและผู้ประกันมาศาลพร้อมนำคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มายื่นต่อศาลชั้นต้น เมื่อเจ้าพนักงานศาลตรวจสอบแล้วปรากฏว่าล่วงเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้วและจำเลยยังประสงค์ที่จะอุทธรณ์ จำเลยและผู้ประกันจึงให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องให้จำเลยและผู้ประกันแล้วเสนอต่อศาลชั้นต้น พร้อมแจ้งให้จำเลยและผู้ประกันรอฟังคำสั่งศาลชั้นต้น ต่อมาเวลาประมาณ 14 นาฬิกา ถึง 14.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานศาลประกาศเรียกจำเลยและผู้ประกัน แต่จำเลยและผู้ประกันไม่มาพบและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า พฤติการณ์ของจำเลยและผู้ประกันตามรายงานเจ้าหน้าที่ส่อแสดงให้เห็นว่าผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามสัญญาประกัน ให้ปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน

ผู้ประกันอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ผู้ประกันฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ประกันว่า ผู้ประกันผิดสัญญาประกันหรือไม่ โดยผู้ประกันฎีกาว่า ผู้ประกันได้นำตัวจำเลยมาส่งต่อศาลชั้นต้นตามกำหนดนัดที่ศาลชั้นต้นได้ระบุไว้ในใบนัดให้ส่งตัวจำเลยในวันที่ 19 มีนาคม 2555 เวลา 9 นาฬิกา แล้ว ผู้ประกันจึงหมดหน้าที่ในฐานะผู้ประกันนั้น เห็นว่า แม้ผู้ประกันจะนำตัวจำเลยมายังศาลชั้นต้นตามกำหนดนัดที่ศาลชั้นต้นระบุไว้ในใบนัดให้ส่งตัวจำเลยก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ศาลว่าในวันดังกล่าวจำเลยและผู้ประกันมาศาลเพื่อยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจ้าพนักงานศาลตรวจสอบแล้วปรากฏว่าล่วงเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ และสอบถามจำเลยแล้วประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ จำเลยและผู้ประกันจึงให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขียนคำร้องให้จำเลยและผู้ประกันแล้วได้แจ้งให้จำเลยและผู้ประกันรอฟังคำสั่ง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้วจำเลยและผู้ประกันไม่มาฟังคำสั่ง พฤติการณ์ของจำเลยและผู้ประกันดังกล่าวเห็นได้ว่า จำเลยและผู้ประกันมาศาลตามกำหนดนัดในใบนัดของศาลชั้นต้นเพื่อยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว ผู้ประกันจึงผิดสัญญาประกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ประกันฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ282/2553
primary_red_case_no
อ260/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000372.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.460/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556