คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12037/2556 ฉบับเต็ม

#562729
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12037/2556 พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายเฉลิมพร ไชยชิตร จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 264 วรรคแรก, มาตรา 265, มาตรา 268 วรรคแรก, มาตรา 341 แม้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์และสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของกลางจะเป็นเอกสารและเอกสารราชการต่างประเภทกันแยกออกจากกันเป็นคนละฉบับ แต่การติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีและแผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ปลอมของกลางไว้ที่รถยนต์ของกลางคันเดียว พร้อมกับนำสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถปลอมของกลางไปใช้แสดงต่อผู้เสียหายในคราวเดียวกันโดยเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อประกอบข้อความอันเป็นเท็จในการฉ้อโกงโดยมุ่งหมายให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ารถยนต์ของกลางเป็นของจำเลยที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 264, 265, 268, 341 ริบเอกสารปลอมของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ส่วนรถยนต์ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 265, 341 วรรคแรก เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม (แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายเครื่องหมายเสียภาษีรถยนต์) จำนวน 2 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี ฐานใช้เอกสารปลอม (แผ่นป้ายเครื่องหมายประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์) จำคุก 1 ปี ฐานใช้เอกสารราชการปลอม (ใบคู่มือจดทะเบียนรถ) และฐานฉ้อโกงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งเป็นความผิดที่มีบทโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 7 ปี ริบเอกสารปลอมของกลาง คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาอื่นทั้งหมดด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมของกลางและฐานฉ้อโกงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาสรุปความว่าจากพยานหลัก ฐานเอกสารปลอมของกลางและข้อพิรุธในข้อต่อสู้ของจำเลย จึงรับฟังว่าจำเลยรู้ว่าเอกสารของกลางทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่วินิจฉัยมามีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยรู้ว่าเอกสารของกลางทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารกับเอกสารราชการปลอมและฉ้อโกงผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นั้นไม่ถูกต้อง แม้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์และสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของกลางจะเป็นเอกสารและเอกสารราชการต่างประเภทกันแยกออกจากกันเป็นคนละฉบับ แต่การติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีและแผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ปลอมของกลางไว้ที่รถยนต์ของกลางคันเดียว พร้อมกับนำสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถปลอมของกลางไปใช้แสดงต่อผู้เสียหายในคราวเดียวกันโดยเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อประกอบข้อความอันเป็นเท็จในการฉ้อโกงโดยมุ่งหมายให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ารถยนต์ของกลางเป็นของจำเลยที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก และมาตรา 265, มาตรา 341 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (อภิรัตน์ ลัดพลี-ธงชัย เสนามนตรี-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นางจรีรัตน์ ตันติเวชกุล ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมพงศ์ ขันตี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5440/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ405/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5539/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562729
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นางจรีรัตน์ ตันติเวชกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเฉลิมพงศ์ ขันตี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980314"
    }
}
date
2556
deka_no
12037/2556
deka_running_no
12037
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 264 วรรคแรก",
            "ม. 265",
            "ม. 268 วรรคแรก",
            "ม. 341"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเฉลิมพร ไชยชิตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 264, 265, 268, 341 ริบเอกสารปลอมของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ส่วนรถยนต์ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 265, 341 วรรคแรก เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม (แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายเครื่องหมายเสียภาษีรถยนต์) จำนวน 2 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี ฐานใช้เอกสารปลอม (แผ่นป้ายเครื่องหมายประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์) จำคุก 1 ปี ฐานใช้เอกสารราชการปลอม (ใบคู่มือจดทะเบียนรถ) และฐานฉ้อโกงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งเป็นความผิดที่มีบทโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 7 ปี ริบเอกสารปลอมของกลาง คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ ข้อหาและคำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาอื่นทั้งหมดด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมของกลางและฐานฉ้อโกงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาสรุปความว่าจากพยานหลัก ฐานเอกสารปลอมของกลางและข้อพิรุธในข้อต่อสู้ของจำเลย จึงรับฟังว่าจำเลยรู้ว่าเอกสารของกลางทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่วินิจฉัยมามีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยรู้ว่าเอกสารของกลางทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารกับเอกสารราชการปลอมและฉ้อโกงผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นั้นไม่ถูกต้อง แม้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์และสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของกลางจะเป็นเอกสารและเอกสารราชการต่างประเภทกันแยกออกจากกันเป็นคนละฉบับ แต่การติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีและแผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ปลอมของกลางไว้ที่รถยนต์ของกลางคันเดียว พร้อมกับนำสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถปลอมของกลางไปใช้แสดงต่อผู้เสียหายในคราวเดียวกันโดยเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อประกอบข้อความอันเป็นเท็จในการฉ้อโกงโดยมุ่งหมายให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ารถยนต์ของกลางเป็นของจำเลยที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก และมาตรา 265, มาตรา 341 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ405/2549
primary_red_case_no
อ5539/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000361.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5440/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556