คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19348/2556 ฉบับเต็ม

#562734
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19348/2556 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายสุชาติ อ่างทอง จำเลย ป.อ. มาตรา 157 จำเลยเป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกรายโดยมีบ้านพักปลูกอยู่ในโครงการ ไม้ยูคาลิปตัสที่ตัดปลูกอยู่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ แม้กรมป่าไม้จะเป็นผู้ปลูก โดยพฤตินัยจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นยูคาลิปตัสดังกล่าว เพราะเป็นต้นไม้ของทางราชการ มิใช่วัชพืชหรือต้นไม้ไม่มีค่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ จำเลยจะอ้างว่ากรมป่าไม้ต้องมีหน้าที่ดูแลเพราะกรมป่าไม้เป็นผู้ปลูกไม่ได้ เพราะสถานที่ปลูกอยู่ในเขตโครงการอ่างเก็บน้ำที่จำเลยเป็นหัวหน้าและมีหน้าที่ควบคุมดูแลอยู่ หาใช่อยู่ในสถานที่ของกรมป่าไม้แต่อย่างใดไม่ และกรมป่าไม้ไม่ได้มีหน่วยงานดูแลอยู่ในที่เกิดเหตุ ดังนั้น เมื่อจำเลยจ้างหรือใช้ให้ บ. ไปตัดไม้ยูคาลิปตัสของกลาง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 ___________________________ คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 191/2547 แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 147, 157 ริบเลื่อยโซ่ยนต์และรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80 - 2416 ฉะเชิงเทรา ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 2 ปี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกคำขอให้ริบของกลาง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันและจำเลยไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการในตำแหน่งนายช่างชลประทาน 6 เป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง รู้จักกับนายบุญยิ่ง ผู้มีอาชีพรับจ้างตัดไม้ซึ่งมีบ้านอยู่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง วันที่ 21 พฤษภาคม 2542 นายบุญยิ่งนำคนงานไปตัดต้นยูคาลิปตัสบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกรายโดยตัดเป็นท่อนแล้วขนออกจากบริเวณอ่างเก็บน้ำในวันที่ 23 เดือนเดียวกัน แต่รถบรรทุกที่ใช้ขนเกิดติดหล่มและมีการแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ทราบ นายบุญยิ่งอ้างแก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่าจำเลยจ้างให้มาตัดและขนไม้ดังกล่าว จำเลยปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง แล้วรายงานผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินคดีแก่นายบุญยิ่ง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีหน้าที่ดูแลไม้ยูคาลิปตัสที่นายบุญยิ่ง เข้าไปตัดหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยเป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกรายโดยมีบ้านพักปลูกอยู่ในโครงการ ไม้ยูคาลิปตัสที่ตัดปลูกอยู่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ แม้กรมป่าไม้จะเป็นผู้ปลูก โดยพฤตินัยจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นยูคาลิปตัสดังกล่าวเพราะเป็นต้นไม้ของทางราชการ มิใช่วัชพืชหรือต้นไม้ไม่มีค่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ จำเลยจะอ้างว่ากรมป่าไม้ต้องมีหน้าที่ดูแลเพราะกรมป่าไม้เป็นผู้ปลูกไม่ได้ เพราะสถานที่ปลูกอยู่ในเขตโครงการอ่างเก็บน้ำที่จำเลยเป็นหัวหน้าและมีหน้าที่ควบคุมดูแลอยู่ หาใช่อยู่ในสถานที่ของกรมป่าไม้แต่อย่างใดไม่ การเป็นผู้ปลูกกับการเป็นผู้ดูแลเป็นคนละเรื่องกัน แม้จะใช้งบประมาณของกรมป่าไม้ปลูกแต่ปลูกในพื้นที่ของกรมชลประทานที่จำเลยมีหน้าที่ดูแลจำเลยก็ต้องมีหน้าที่ดูแลต้นไม้ดังกล่าวจะอ้างว่ากรมป่าไม้ต้องเป็นผู้ดูแลไม่ได้ เพราะกรมป่าไม้ไม่ได้มีหน่วยงานดูแลอยู่ในที่เกิดเหตุ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าจำเลยมีหน้าที่ดูแลและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังที่โจทก์ฟ้องจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิศล พิรุณ-กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์-เสรี เพศประเสริฐ) ศาลจังหวัดระยอง - นายอาทิตย์ พนาจันทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.611/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3935/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ192/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562734
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นายอาทิตย์ พนาจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979302"
    }
}
date
2556
deka_no
19348/2556
deka_running_no
19348
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พิศล พิรุณ",
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์",
    "เสรี เพศประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 157"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดระยอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุชาติ อ่างทอง"
    }
]
long_text
คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 191/2547 แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 147, 157 ริบเลื่อยโซ่ยนต์และรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80 - 2416 ฉะเชิงเทรา ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 2 ปี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกคำขอให้ริบของกลาง

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันและจำเลยไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการในตำแหน่งนายช่างชลประทาน 6 เป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง รู้จักกับนายบุญยิ่ง ผู้มีอาชีพรับจ้างตัดไม้ซึ่งมีบ้านอยู่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง วันที่ 21 พฤษภาคม 2542 นายบุญยิ่งนำคนงานไปตัดต้นยูคาลิปตัสบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกรายโดยตัดเป็นท่อนแล้วขนออกจากบริเวณอ่างเก็บน้ำในวันที่ 23 เดือนเดียวกัน แต่รถบรรทุกที่ใช้ขนเกิดติดหล่มและมีการแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ทราบ นายบุญยิ่งอ้างแก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่าจำเลยจ้างให้มาตัดและขนไม้ดังกล่าว จำเลยปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง แล้วรายงานผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินคดีแก่นายบุญยิ่ง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีหน้าที่ดูแลไม้ยูคาลิปตัสที่นายบุญยิ่ง เข้าไปตัดหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยเป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกรายโดยมีบ้านพักปลูกอยู่ในโครงการ ไม้ยูคาลิปตัสที่ตัดปลูกอยู่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ แม้กรมป่าไม้จะเป็นผู้ปลูก โดยพฤตินัยจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาต้นยูคาลิปตัสดังกล่าวเพราะเป็นต้นไม้ของทางราชการ มิใช่วัชพืชหรือต้นไม้ไม่มีค่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ จำเลยจะอ้างว่ากรมป่าไม้ต้องมีหน้าที่ดูแลเพราะกรมป่าไม้เป็นผู้ปลูกไม่ได้ เพราะสถานที่ปลูกอยู่ในเขตโครงการอ่างเก็บน้ำที่จำเลยเป็นหัวหน้าและมีหน้าที่ควบคุมดูแลอยู่ หาใช่อยู่ในสถานที่ของกรมป่าไม้แต่อย่างใดไม่ การเป็นผู้ปลูกกับการเป็นผู้ดูแลเป็นคนละเรื่องกัน แม้จะใช้งบประมาณของกรมป่าไม้ปลูกแต่ปลูกในพื้นที่ของกรมชลประทานที่จำเลยมีหน้าที่ดูแลจำเลยก็ต้องมีหน้าที่ดูแลต้นไม้ดังกล่าวจะอ้างว่ากรมป่าไม้ต้องเป็นผู้ดูแลไม่ได้ เพราะกรมป่าไม้ไม่ได้มีหน่วยงานดูแลอยู่ในที่เกิดเหตุ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าจำเลยมีหน้าที่ดูแลและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังที่โจทก์ฟ้องจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3935/2542
primary_red_case_no
อ192/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000352.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.611/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556