คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6923/2557 ฉบับเต็ม

#563707
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6923/2557 นายวินัย สุวรรณโรจน์ โจทก์ บริษัทเอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ให้ทำงานโดยมีสถานที่ทำงาน 2 แห่ง คือกรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จังหวัดระยอง จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน 2 แห่ง และศาลแรงงานภาค 2 ก็ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยและโจทก์จนเสร็จ ทนายจำเลยเพิ่งแถลงคัดค้านเรื่องเขตอำนาจศาล ดังนั้น จังหวัดระยองที่โจทก์ทำงานอยู่ด้วยจึงเป็นสถานที่มูลคดีเกิดเช่นกัน ศาลแรงงานภาค 2 มีอำนาจรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าชดเชยเป็นเงิน 1,308,790 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 222,494 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 8,800,000 บาท รวมเป็นเงิน 9,022,494 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 12,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้ง ศาลแรงงานภาค 2 ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยจนแล้วเสร็จ เมื่อสืบตัวโจทก์แล้วเสร็จ ทนายจำเลยแถลงว่าจากคำเบิกความของโจทก์ โจทก์น่าจะทำงานที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากบริษัทจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ทนายจำเลยจึงโต้แย้งว่า คดีนี้น่าจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค 2 จึงส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัย อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง เห็นว่า กรณีดังกล่าวมิใช่กรณีมีปัญหาว่าคดีจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 แต่เป็นการโต้แย้งในเรื่องเขตอำนาจศาล จึงให้ส่งสำนวนคืนเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่าจากคำเบิกความของโจทก์ โจทก์มีภูมิลำเนาการทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร การมาทำงานที่จังหวัดระยองเป็นการทำงานชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ใช่ภูมิลำเนาการทำงาน คดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง เห็นสมควรจำหน่ายคดี เพื่อให้คู่ความนำคดีไปฟ้องที่ศาลแรงงานกลางต่อไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เรื่องเขตอำนาจศาลนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คำฟ้องคดีแรงงานให้เสนอต่อศาลแรงงานที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานนั้น และวรรคสองบัญญัติให้ถือว่าสถานที่ที่ลูกจ้างทำงานเป็นที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น เมื่อโจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เข้าทำงานโดยมีสถานที่ทำงาน 2 แห่ง คือที่กรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จังหวัดระยอง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์ปลุกปั่นลูกจ้างให้ต่อต้านจำเลย ซึ่งจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งคัดค้านเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน 2 แห่ง ตามคำฟ้องโจทก์ นอกจากนี้ศาลแรงงานภาค 2 ก็ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยจนแล้วเสร็จและได้สืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นตัวโจทก์ แล้วทนายจำเลยจึงเพิ่งแถลงคัดค้านเรื่องเขตอำนาจศาล ดังนั้นจังหวัดระยองที่โจทก์ทำงานอยู่ด้วยจึงเป็นสถานที่มูลคดีเกิดเช่นกัน ศาลแรงงานภาค 2 จึงมีอำนาจรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาได้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดี ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ให้ศาลแรงงานภาค 2 ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ต่อไปตามรูปคดี (ธีระพงศ์ จิระภาค-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-สุนันท์ ชัยชูสอน) ศาลแรงงานภาค 2 - นายธีระนันท์ อ่วมเจิม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น รย329/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น รย695/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
563707
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 2",
        "judge": "นายธีระนันท์ อ่วมเจิม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977362"
    }
}
date
2557
deka_no
6923/2557
deka_running_no
6923
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "สุนันท์ ชัยชูสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวินัย สุวรรณโรจน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าชดเชยเป็นเงิน 1,308,790 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 222,494 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 8,800,000 บาท รวมเป็นเงิน 9,022,494 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 12,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้ง

ศาลแรงงานภาค 2 ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยจนแล้วเสร็จ เมื่อสืบตัวโจทก์แล้วเสร็จ ทนายจำเลยแถลงว่าจากคำเบิกความของโจทก์ โจทก์น่าจะทำงานที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากบริษัทจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ทนายจำเลยจึงโต้แย้งว่า คดีนี้น่าจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค 2 จึงส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัย

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง เห็นว่า กรณีดังกล่าวมิใช่กรณีมีปัญหาว่าคดีจะอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 แต่เป็นการโต้แย้งในเรื่องเขตอำนาจศาล จึงให้ส่งสำนวนคืนเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่าจากคำเบิกความของโจทก์ โจทก์มีภูมิลำเนาการทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร การมาทำงานที่จังหวัดระยองเป็นการทำงานชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ใช่ภูมิลำเนาการทำงาน คดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง เห็นสมควรจำหน่ายคดี เพื่อให้คู่ความนำคดีไปฟ้องที่ศาลแรงงานกลางต่อไป

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เรื่องเขตอำนาจศาลนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คำฟ้องคดีแรงงานให้เสนอต่อศาลแรงงานที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานนั้น และวรรคสองบัญญัติให้ถือว่าสถานที่ที่ลูกจ้างทำงานเป็นที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น เมื่อโจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เข้าทำงานโดยมีสถานที่ทำงาน 2 แห่ง คือที่กรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จังหวัดระยอง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์ปลุกปั่นลูกจ้างให้ต่อต้านจำเลย ซึ่งจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งคัดค้านเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน 2 แห่ง ตามคำฟ้องโจทก์ นอกจากนี้ศาลแรงงานภาค 2 ก็ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยจนแล้วเสร็จและได้สืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นตัวโจทก์ แล้วทนายจำเลยจึงเพิ่งแถลงคัดค้านเรื่องเขตอำนาจศาล ดังนั้นจังหวัดระยองที่โจทก์ทำงานอยู่ด้วยจึงเป็นสถานที่มูลคดีเกิดเช่นกัน ศาลแรงงานภาค 2 จึงมีอำนาจรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาได้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดี ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ให้ศาลแรงงานภาค 2 ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ต่อไปตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
รย329/2554
primary_red_case_no
รย695/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000335.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557