คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14301/2557 ฉบับเต็ม

#569531
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14301/2557 บริษัทคาบิร์สกี้ แอนด์ โค จำกัด โจทก์ บริษัทที แอนด์ ซี โปรเจคท์ จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 107 ความผิดฐานยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 107 เป็นการกระทำความผิดต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า จึงเป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ ถึงแม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโจทก์ แต่กรณีเช่นนี้ มาตรา 67 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ได้กำหนดกระบวนการที่จะแก้ไขความเสียหายไว้แล้วว่า ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดตามมาตรา 40 ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น อันเป็นกระบวนการพิสูจน์สิทธิของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 107 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และ 83 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่ ที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์สรุปได้ว่า การที่จำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski ไม่ใช่ของตนเอง แต่โดยเจตนาทุจริตไปแจ้งต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski เป็นของตนเองและขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่าG.Kabirski ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า การกระทำดังกล่าวแม้จะเป็นการกระทำต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยตรงแต่ก็ย่อมถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายเช่นกัน เพราะเป็นเหตุให้โจทก์ไม่อาจจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski ในประเทศไทยได้ และไม่อาจประกอบธุรกิจในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดอัญมณีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ทั้งหากโจทก์นำสินค้าเครื่องประดับอัญมณีของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็อาจเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าที่จำเลยทั้งสองแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว การกระทำของจำเลยทั้งสองย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์โดยตรงนั้น เห็นว่า ความผิดฐานยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 107 เป็นการกระทำความผิดต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจึงเป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ ถึงแม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโจทก์ แต่กรณีเช่นนี้มาตรา 67 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ได้กำหนดกระบวนการที่จะแก้ไขความเสียหายไว้แล้วว่า ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดตามมาตรา 40 ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น อันเป็นกระบวนการพิสูจน์สิทธิของโจทก์ ซึ่งโจทก์ก็ได้ดำเนินการฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีหมายเลขดำที่ ทป. 51/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 24/2554 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแล้ว ดังนั้นการที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้และพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง-นวลน้อย ผลทวี-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุธี ปิ่นนิกร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(อ)37/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2780/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4776/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
569531
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายสุธี ปิ่นนิกร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975553"
    }
}
date
2557
deka_no
14301/2557
deka_running_no
14301
deka_year
2557
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "สุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 107"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทคาบิร์สกี้ แอนด์ โค จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทที แอนด์ ซี โปรเจคท์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 107 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และ 83

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่ ที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์สรุปได้ว่า การที่จำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski ไม่ใช่ของตนเอง แต่โดยเจตนาทุจริตไปแจ้งต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski เป็นของตนเองและขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่าG.Kabirski ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า การกระทำดังกล่าวแม้จะเป็นการกระทำต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยตรงแต่ก็ย่อมถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายเช่นกัน เพราะเป็นเหตุให้โจทก์ไม่อาจจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski ในประเทศไทยได้ และไม่อาจประกอบธุรกิจในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดอัญมณีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ทั้งหากโจทก์นำสินค้าเครื่องประดับอัญมณีของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า G.Kabirski เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็อาจเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าที่จำเลยทั้งสองแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว การกระทำของจำเลยทั้งสองย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์โดยตรงนั้น เห็นว่า ความผิดฐานยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 107 เป็นการกระทำความผิดต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจึงเป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ ถึงแม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโจทก์ แต่กรณีเช่นนี้มาตรา 67 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ได้กำหนดกระบวนการที่จะแก้ไขความเสียหายไว้แล้วว่า ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดตามมาตรา 40 ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น อันเป็นกระบวนการพิสูจน์สิทธิของโจทก์ ซึ่งโจทก์ก็ได้ดำเนินการฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีหมายเลขดำที่ ทป. 51/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 24/2554 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแล้ว ดังนั้นการที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้และพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2780/2553
primary_red_case_no
อ4776/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000319.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(อ)37/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557