คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12389/2557 ฉบับเต็ม

#571557
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12389/2557 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นางสาววันเพ็ญหรือกุ้ง ทวีผล กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ จึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับดังที่โจทก์ฟ้อง แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 แบ่งขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งย่อมมีความหมายเช่นเดียวกัน ทั้งมิใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญและจำเลยที่ 2 มิได้หลงต่อสู้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์และกระเป๋าคาดเอวของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ และกระเป๋าคาดเอวของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 08 6548 7326 กระเป๋าคาดเอวและธนบัตรล่อซื้อของกลางให้แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจโทวันชัยร่วมกับพวกวางแผนจับกุมจำเลยที่ 1 ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยให้สายลับติดต่อล่อซื้อและนำธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 600 บาท ไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบให้แก่สายลับ 2 เม็ด พันตำรวจโทวันชัยกับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยที่ 2 แล้วพาไปที่บ้านของจำเลยที่ 2 ตรวจค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ 600 บาท อยู่ในกระเป๋าคาดเอวของจำเลยที่ 2 ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทวันชัยและจ่าสิบตำรวจวัลลัย เป็นพยานเบิกความถึงข้อเท็จจริงตามที่รับฟังได้ในเบื้องต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับว่า แบ่งขายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด ให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคา 400 บาท และรับชำระหนี้ไถ่ถอนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 อีก 200 บาท ต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจค้นพบธนบัตร 600 บาท อยู่ในกระเป๋าคาดเอว เห็นว่า ตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงตรงกับที่จำเลยที่ 2 นำสืบ อันเป็นการสอดคล้องต้องกันว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ จึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับดังที่โจทก์ฟ้อง แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 แบ่งขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งย่อมมีความหมายเช่นเดียวกัน ทั้งมิใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ เช่นนี้ คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (สมเกียรติ เจริญสวรรค์-พิศล พิรุณ-เสรี เพศประเสริฐ) ศาลจังหวัดชลบุรี - นางวิรา ณ พิกุล ศาลอุทธรณ์ - นายสมควร ศิริยุทธ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2432/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2674/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ336/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571557
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นางวิรา ณ พิกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมควร ศิริยุทธ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976122"
    }
}
date
2557
deka_no
12389/2557
deka_running_no
12389
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สมเกียรติ เจริญสวรรค์",
    "พิศล พิรุณ",
    "เสรี เพศประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 66 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาววันเพ็ญหรือกุ้ง ทวีผล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์และกระเป๋าคาดเอวของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ และกระเป๋าคาดเอวของกลาง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 08 6548 7326 กระเป๋าคาดเอวและธนบัตรล่อซื้อของกลางให้แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจโทวันชัยร่วมกับพวกวางแผนจับกุมจำเลยที่ 1 ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยให้สายลับติดต่อล่อซื้อและนำธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 600 บาท ไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบให้แก่สายลับ 2 เม็ด พันตำรวจโทวันชัยกับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยที่ 2 แล้วพาไปที่บ้านของจำเลยที่ 2 ตรวจค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ 600 บาท อยู่ในกระเป๋าคาดเอวของจำเลยที่ 2 ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทวันชัยและจ่าสิบตำรวจวัลลัย เป็นพยานเบิกความถึงข้อเท็จจริงตามที่รับฟังได้ในเบื้องต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับว่า แบ่งขายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด ให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคา 400 บาท และรับชำระหนี้ไถ่ถอนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 อีก 200 บาท ต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจค้นพบธนบัตร 600 บาท อยู่ในกระเป๋าคาดเอว เห็นว่า ตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงตรงกับที่จำเลยที่ 2 นำสืบ อันเป็นการสอดคล้องต้องกันว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ จึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับดังที่โจทก์ฟ้อง แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 แบ่งขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งย่อมมีความหมายเช่นเดียวกัน ทั้งมิใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ เช่นนี้ คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2674/2552
primary_red_case_no
อ336/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000324.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2432/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557