คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11089/2557 ฉบับเต็ม

#571559
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11089/2557 บริษัท 5 พี อินโนเวชั่น จำกัด โจทก์ บริษัททุ่งทอง ไมนิ่ง จำกัด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 341 สัญญาซื้อขายแร่เหล็กระหว่างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 กรรมการผู้มีอำนาจผู้ขายกับโจทก์ผู้ซื้อ ไม่ได้ระบุว่าแร่เหล็กที่จะขายให้โจทก์นั้นจะต้องนำมาจากที่ใด โดยกำหนดแต่เพียงคุณภาพ ขนาด ราคา การขนส่ง การตรวจสอบ ตลอดจนการชำระราคาเท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 นำหนังสือมอบอำนาจจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เหมืองแร่ ที่ให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนในการติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2510 ตลอดจนภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินแสดงต่อโจทก์ แต่ตามหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำแร่เหล็กไปขาย เพียงแต่ให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนไปติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ในกิจการที่ระบุไว้เท่านั้น โจทก์ก็มีแร่เหล็กในที่ดินของโจทก์แต่ไม่มีประทานบัตรจึงนำออกมาไม่ได้ ต้องอาศัยประทานบัตรของบุคคลอื่นโดยต้องเสียค่าตอบแทน แสดงว่าโจทก์เองก็ทราบดีว่าการที่จำเลยที่ 1 นำประทานบัตรและหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมาแสดง ก็เพื่อยืนยันว่าจำเลยที่ 1 สามารถขนแร่เหล็กของจำเลยที่ 1 มาขายให้แก่โจทก์ได้ โดยอาศัยประทานบัตรดังกล่าว เช่นเดียวกับโจทก์ที่ต้องขนแร่เหล็กในส่วนของตนไปขายให้แก่ลูกค้าที่ประเทศจีนก็ใช้วิธีการเดียวกัน ดังนี้ หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถหาแร่เหล็กมาส่งให้แก่โจทก์ตามสัญญาได้ก็เป็นการผิดสัญญาเท่านั้น หาใช่เป็นการกระทำโดยทุจริตปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่โจทก์อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 6,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี จำเลยทั้งสองนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 4,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า หนังสือสัญญาซื้อขายแร่เหล็กระหว่างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 กรรมการผู้มีอำนาจผู้ขายกับโจทก์ผู้ซื้อ ตามเอกสารไม่ได้ระบุว่า แร่เหล็กที่จะขายให้โจทก์นั้นจะต้องนำมาจากที่ใด โดยกำหนดแต่เพียงคุณภาพ ขนาด ราคา การขนส่ง การตรวจสอบ ตลอดจนการชำระราคาเท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 นำหนังสือมอบอำนาจจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยธรณีเหมืองแร่ ที่ให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนในการติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ในกิจการทำเหมือง ซื้อแร่ ขายแร่ เก็บแร่ มีแร่ไว้ในครอบครอง ขนแร่ และแต่งแร่ รวมทั้งประทานบัตรของห้างกับหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตลอดจนภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของนายสนิท ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินแสดงต่อโจทก์ แต่ตามหนังสือมอบอำนาจไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำแร่เหล็กไปขาย เพียงแต่ให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนไปติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ในกิจการที่ระบุไว้เท่านั้น ในข้อนี้ได้ความจากนายประวัติ พยานโจทก์ว่า โจทก์มีลูกค้าที่ประเทศจีนที่ต้องส่งมอบแร่เหล็กให้เดือนละไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัน หากผิดสัญญาจะถูกปรับประมาณ 5,000,000 บาท โดยโจทก์ก็มีแร่เหล็กในที่ดินของโจทก์ แต่ไม่มีประทานบัตรจึงนำออกมาไม่ได้ ต้องอาศัยประทานบัตรของบุคคลอื่น โดยต้องเสียค่าตอบแทนเรียกว่าเช่าเสื้อและได้ความจากนายคมปภพ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งว่า โจทก์เช่าเสื้อ คือประทานบัตรจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยธรณีเหมืองแร่ โดยผ่านจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจเป็นเงิน 2,500,000 บาท แสดงว่าโจทก์เองก็ทราบดีว่า การที่จำเลยที่ 1 นำประทานบัตรและหนังสือมอบอำนาจมาแสดง ก็เพื่อยืนยันว่าจำเลยที่ 1 สามารถขนแร่เหล็กของจำเลยที่ 1 มาขายให้แก่โจทก์ได้ โดยอาศัยประทานบัตร เช่นเดียวกับโจทก์ที่ต้องขนแร่เหล็กในส่วนของตนไปขายให้แก่ลูกค้าที่ประเทศจีนก็ใช้วิธีการเดียวกัน ดังนี้ หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถหาแร่เหล็กมาส่งมอบให้แก่โจทก์ตามสัญญาได้ ก็เป็นการผิดสัญญาเท่านั้น หาใช่เป็นการกระทำโดยทุจริตปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่โจทก์อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา-อภิรัตน์ ลัดพลี-จรูญ ชีวิตโสภณ) ศาลแขวงปทุมวัน - นางสาวกัณนิกา เรืองนิติวิทย์ ศาลอุทธรณ์ - นายพูนศักดิ์ จงกลนี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3610/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ795/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ680/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571559
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงปทุมวัน",
        "judge": "นางสาวกัณนิกา เรืองนิติวิทย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพูนศักดิ์ จงกลนี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976456"
    }
}
date
2557
deka_no
11089/2557
deka_running_no
11089
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "จรูญ ชีวิตโสภณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท 5 พี อินโนเวชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัททุ่งทอง ไมนิ่ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 6,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี จำเลยทั้งสองนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 4,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า หนังสือสัญญาซื้อขายแร่เหล็กระหว่างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 กรรมการผู้มีอำนาจผู้ขายกับโจทก์ผู้ซื้อ ตามเอกสารไม่ได้ระบุว่า แร่เหล็กที่จะขายให้โจทก์นั้นจะต้องนำมาจากที่ใด โดยกำหนดแต่เพียงคุณภาพ ขนาด ราคา การขนส่ง การตรวจสอบ ตลอดจนการชำระราคาเท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 นำหนังสือมอบอำนาจจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยธรณีเหมืองแร่ ที่ให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนในการติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ในกิจการทำเหมือง ซื้อแร่ ขายแร่ เก็บแร่ มีแร่ไว้ในครอบครอง ขนแร่ และแต่งแร่ รวมทั้งประทานบัตรของห้างกับหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตลอดจนภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของนายสนิท ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินแสดงต่อโจทก์ แต่ตามหนังสือมอบอำนาจไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำแร่เหล็กไปขาย เพียงแต่ให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนไปติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ในกิจการที่ระบุไว้เท่านั้น ในข้อนี้ได้ความจากนายประวัติ พยานโจทก์ว่า โจทก์มีลูกค้าที่ประเทศจีนที่ต้องส่งมอบแร่เหล็กให้เดือนละไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัน หากผิดสัญญาจะถูกปรับประมาณ 5,000,000 บาท โดยโจทก์ก็มีแร่เหล็กในที่ดินของโจทก์ แต่ไม่มีประทานบัตรจึงนำออกมาไม่ได้ ต้องอาศัยประทานบัตรของบุคคลอื่น โดยต้องเสียค่าตอบแทนเรียกว่าเช่าเสื้อและได้ความจากนายคมปภพ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งว่า โจทก์เช่าเสื้อ คือประทานบัตรจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยธรณีเหมืองแร่ โดยผ่านจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจเป็นเงิน 2,500,000 บาท แสดงว่าโจทก์เองก็ทราบดีว่า การที่จำเลยที่ 1 นำประทานบัตรและหนังสือมอบอำนาจมาแสดง ก็เพื่อยืนยันว่าจำเลยที่ 1 สามารถขนแร่เหล็กของจำเลยที่ 1 มาขายให้แก่โจทก์ได้ โดยอาศัยประทานบัตร เช่นเดียวกับโจทก์ที่ต้องขนแร่เหล็กในส่วนของตนไปขายให้แก่ลูกค้าที่ประเทศจีนก็ใช้วิธีการเดียวกัน ดังนี้ หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถหาแร่เหล็กมาส่งมอบให้แก่โจทก์ตามสัญญาได้ ก็เป็นการผิดสัญญาเท่านั้น หาใช่เป็นการกระทำโดยทุจริตปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่โจทก์อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ795/2554
primary_red_case_no
อ680/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000327.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3610/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557