คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6874/2557 ฉบับเต็ม

#571565
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6874/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวิตรี ช้างทอง จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 68, มาตรา 245 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 68 บัญญัติว่า "หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน" เช่นนี้ เมื่อความผิดอาญาตามหมายจับจำเลยขาดอายุความแล้ว หมายจับย่อมสิ้นผลไปในตัวโดยไม่ต้องเพิกถอนหมายจับอีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 และออกหมายจับจำเลยมาเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาภายในกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 แต่ยังจับตัวจำเลยไม่ได้วันที่ 4 มิถุนายน 2556 จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับจำเลย อ้างว่าหมายจับล่วงเลยกำหนดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้ออ้างของจำเลยไม่ใช่เหตุให้เพิกถอนหมายจับ ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนหมายจับจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลชั้นต้นชอบที่จะบังคับคดีไปตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคหนึ่ง เมื่อวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยไม่มาศาล การที่ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลย เพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยมีอายุความ 10 ปี (ที่ถูก 5 ปี) นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่จำเลยหลบหนีจึงเป็นการดำเนินการบังคับคดีที่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว แม้ต่อมาหมายจับจำเลยจะขาดอายุความก็ไม่ทำให้การออกหมายจับจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 (3) (ที่ถูก มาตรา 98 (4)) ดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 68 บัญญัติว่า "หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน" เช่นนี้ เมื่อความผิดอาญาตามหมายจับจำเลยขาดอายุความแล้ว หมายจับย่อมสิ้นผลไปในตัวโดยไม่ต้องเพิกถอนหมายจับอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (โสฬส สุวรรณเนตร์-เกษม เกษมปัญญา-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลอาญา - นายวันชัย เพียรวิทยาพันธุ์ ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ พรหมสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.612/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5854/2541 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3177/2543 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571565
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายวันชัย เพียรวิทยาพันธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายโสภณ พรหมสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977368"
    }
}
date
2557
deka_no
6874/2557
deka_running_no
6874
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 68",
            "ม. 245 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวิตรี ช้างทอง"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 และออกหมายจับจำเลยมาเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาภายในกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 แต่ยังจับตัวจำเลยไม่ได้วันที่ 4 มิถุนายน 2556 จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับจำเลย อ้างว่าหมายจับล่วงเลยกำหนดอายุความแล้ว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้ออ้างของจำเลยไม่ใช่เหตุให้เพิกถอนหมายจับ ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนหมายจับจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลชั้นต้นชอบที่จะบังคับคดีไปตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคหนึ่ง เมื่อวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยไม่มาศาล การที่ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลย เพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยมีอายุความ 10 ปี (ที่ถูก 5 ปี) นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่จำเลยหลบหนีจึงเป็นการดำเนินการบังคับคดีที่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว แม้ต่อมาหมายจับจำเลยจะขาดอายุความก็ไม่ทำให้การออกหมายจับจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 (3) (ที่ถูก มาตรา 98 (4)) ดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 68 บัญญัติว่า "หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน" เช่นนี้ เมื่อความผิดอาญาตามหมายจับจำเลยขาดอายุความแล้ว หมายจับย่อมสิ้นผลไปในตัวโดยไม่ต้องเพิกถอนหมายจับอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5854/2541
primary_red_case_no
อ3177/2543
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000335.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.612/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557