คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2557 ฉบับเต็ม

#571570
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2557 นายทวี หลักทอง โจทก์ นางลักษณา หลักทอง กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 350 การโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดอันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 นั้น ผู้กระทำต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 49394 ซึ่งผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาเป็นของตนเองนั้น ก็เป็นเพียงการรับโอนทรัพย์มรดกของผู้ตายในฐานะทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามกฎหมาย แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายจะสละมรดกในที่ดินโฉนดดังกล่าว แต่สิทธิของเจ้าหนี้ในการว่ากล่าวเอาแก่ทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ทายาทยังคงมีอยู่ตามเดิม มิได้ถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 90, 91, 137, 267, 349, 350 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยที่ 2 กระทำความผิด 2 กรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 12 เดือน และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบด้วยมาตรา 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกคนละ 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คนละ 10 เดือน จำเลยที่ 2 จำคุก 16 เดือน จำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันและเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 49394 ตำบลไร่หลักทอง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งผู้ตายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ สูญหายไปเพื่อให้เจ้าพนักงานจดข้อความที่แจ้งลงในรายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหาย จากนั้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นำสำเนาเอกสารดังกล่าวไปยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอพนัสนิคม ตามคำขอใบแทนโฉนดที่ดิน โดยมีจำเลยที่ 5 และที่ 6 ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินรับรองว่า ข้อความที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินเป็นความจริงตามบันทึกถ้อยคำ และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับโอนที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็นของตนเองในฐานะทายาทผู้รับมรดกของผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายสละสิทธิในการรับมรดกในที่ดินโฉนดดังกล่าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวข้างต้นได้กระทำภายหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมที่ผู้ตายทำไว้กับโจทก์เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 535/2543 ของศาลชั้นต้น ต่อมาศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องโจทก์ในคดีแพ่งดังกล่าวตามศาลล่างทั้งสอง เพราะเหตุขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่แนบท้ายคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งหก มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่ เห็นว่า การโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดอันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น ผู้กระทำต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 49394 ซึ่งผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาเป็นของตนเองนั้น ก็เป็นเพียงการรับโอนทรัพย์มรดกของผู้ตายในฐานะทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามกฎหมาย แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายจะสละมรดกในที่ดินโฉนดดังกล่าว แต่สิทธิของเจ้าหนี้ในการว่ากล่าวเอาแก่ทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ทายาทยังคงมีอยู่ตามเดิม มิได้ถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวมานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน (สุรทิน สาเรือง-จักร อุตตโม-ชุติมนต์ โพธิเดช) ศาลแขวงชลบุรี - นายธนิต สุธีรพรหม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.802/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2535/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2765/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571570
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงชลบุรี",
        "judge": "นายธนิต สุธีรพรหม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081978522"
    }
}
date
2557
deka_no
1676/2557
deka_running_no
1676
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สุรทิน สาเรือง",
    "จักร อุตตโม",
    "ชุติมนต์ โพธิเดช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 350"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทวี หลักทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางลักษณา หลักทอง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 90, 91, 137, 267, 349, 350

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยที่ 2 กระทำความผิด 2 กรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 12 เดือน และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบด้วยมาตรา 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกคนละ 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คนละ 10 เดือน จำเลยที่ 2 จำคุก 16 เดือน

จำเลยทั้งหกอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันและเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 49394 ตำบลไร่หลักทอง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งผู้ตายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ สูญหายไปเพื่อให้เจ้าพนักงานจดข้อความที่แจ้งลงในรายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหาย จากนั้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นำสำเนาเอกสารดังกล่าวไปยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอพนัสนิคม ตามคำขอใบแทนโฉนดที่ดิน โดยมีจำเลยที่ 5 และที่ 6 ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินรับรองว่า ข้อความที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินเป็นความจริงตามบันทึกถ้อยคำ และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับโอนที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็นของตนเองในฐานะทายาทผู้รับมรดกของผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายสละสิทธิในการรับมรดกในที่ดินโฉนดดังกล่าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวข้างต้นได้กระทำภายหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมที่ผู้ตายทำไว้กับโจทก์เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 535/2543 ของศาลชั้นต้น ต่อมาศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องโจทก์ในคดีแพ่งดังกล่าวตามศาลล่างทั้งสอง เพราะเหตุขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่แนบท้ายคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งหก

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่ เห็นว่า การโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดอันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น ผู้กระทำต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 49394 ซึ่งผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาเป็นของตนเองนั้น ก็เป็นเพียงการรับโอนทรัพย์มรดกของผู้ตายในฐานะทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามกฎหมาย แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายจะสละมรดกในที่ดินโฉนดดังกล่าว แต่สิทธิของเจ้าหนี้ในการว่ากล่าวเอาแก่ทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ทายาทยังคงมีอยู่ตามเดิม มิได้ถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวมานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2535/2547
primary_red_case_no
อ2765/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000345.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.802/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557