คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16887/2557 ฉบับเต็ม

#571585
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16887/2557 ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางจินตนา ไล้สุวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในฎีกาของจำเลยว่า ให้จำเลยวางเงินค่านำส่งตามข้อบังคับว่าด้วยการส่งคำคู่ความและเอกสารทางคดีในวันถัดไป จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องวางเงินค่านำส่งดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลกำหนด เมื่อจำเลยไม่วางเงินค่านำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งของศาลและศาลฎีกามีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งฎีกา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความแล้ว คดีย่อมถึงที่สุด จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาเพื่อคัดค้านคำสั่งของศาลฎีกาได้อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับเป็นฎีกาของจำเลยสำเนาให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน ให้จำเลยวางเงินค่านำส่งตามข้อบังคับว่าด้วยการส่งคำคู่ความและเอกสารทางคดีในวันถัดไป มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่าไม่ปรากฏว่าจำเลยมาดำเนินการนำส่งคำคู่ความแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่าพฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยทิ้งฎีกา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา วันที่ 20 ตุลาคม 2554 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาคัดค้านคำสั่งศาลฎีกา 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาคัดค้านคำสั่งศาลฎีกาเป็นครั้งที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีคำสั่งศาลฎีกาเป็นที่สุด ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ชัดแจ้งในฎีกาของจำเลยว่า ให้จำเลยวางเงินค่านำส่งตามข้อบังคับว่าด้วยการส่งคำคู่ความและเอกสารทางคดีในวันถัดไป จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องวางเงินค่านำส่งดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลกำหนด ต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่า บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยมาดำเนินการนำส่งคำคู่ความแต่อย่างใด ดังนี้ การที่จำเลยไม่วางเงินค่านำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งของศาล ถือว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งฎีกาและให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความแล้ว คดีย่อมถึงที่สุด จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาเพื่อคัดค้านคำสั่งของศาลฎีกาได้อีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (โสฬส สุวรรณเนตร์-อดิเทพ ถิระวัฒน์-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายปริญญา จารวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - นายอำนาจ เย็นยิ่ง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.523/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย175/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย1888/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571585
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายปริญญา จารวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอำนาจ เย็นยิ่ง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974736"
    }
}
date
2557
deka_no
16887/2557
deka_running_no
16887
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "อดิเทพ ถิระวัฒน์",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจินตนา ไล้สุวรรณ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับเป็นฎีกาของจำเลยสำเนาให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน ให้จำเลยวางเงินค่านำส่งตามข้อบังคับว่าด้วยการส่งคำคู่ความและเอกสารทางคดีในวันถัดไป มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่าไม่ปรากฏว่าจำเลยมาดำเนินการนำส่งคำคู่ความแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่าพฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยทิ้งฎีกา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา

วันที่ 20 ตุลาคม 2554 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาคัดค้านคำสั่งศาลฎีกา 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาคัดค้านคำสั่งศาลฎีกาเป็นครั้งที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีคำสั่งศาลฎีกาเป็นที่สุด ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ชัดแจ้งในฎีกาของจำเลยว่า ให้จำเลยวางเงินค่านำส่งตามข้อบังคับว่าด้วยการส่งคำคู่ความและเอกสารทางคดีในวันถัดไป จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องวางเงินค่านำส่งดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลกำหนด ต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่า บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยมาดำเนินการนำส่งคำคู่ความแต่อย่างใด ดังนี้ การที่จำเลยไม่วางเงินค่านำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งของศาล ถือว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งฎีกาและให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความแล้ว คดีย่อมถึงที่สุด จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาเพื่อคัดค้านคำสั่งของศาลฎีกาได้อีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ย175/2545
primary_red_case_no
ย1888/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000312.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.523/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557