คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20333/2556 ฉบับเต็ม

#571908
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20333/2556 บริษัทวู้ดแลนด์ รีสอร์ท จำกัด โจทก์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำเลย บริษัท ช. รุ่งเลิศ กรุ๊ป จำกัด จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 369 ตามข้อกำหนดในการยื่นซองประกวดราคา โจทก์ได้ให้ผู้เสนอราคาตรวจสอบสถานที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างก่อนการเสนอราคา ก่อนยื่นซองประกวดราคาจำเลยร่วมส่งพนักงานไปดูพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง แสดงว่าก่อนที่จำเลยร่วมจะยื่นซองประกวดราคาย่อมทราบดีอยู่ก่อนแล้วว่าการก่อสร้างอาจจะมีปัญหากับเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ แต่ก็ยังสมัครใจและตกลงเข้าเสนอราคาในการประกวดราคากับโจทก์จึงต้องผูกพันในอันที่จะต้องเข้าทำสัญญากับโจทก์ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งตามข้อกำหนดการประกวดราคา ไม่อาจยกเอาเหตุที่จะต้องจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างโจทก์ จำเลยร่วม และเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาอ้างเป็นเหตุที่จะปฏิเสธไม่ทำสัญญา ส่วนที่จำเลยร่วมฎีกาว่า ในการตรวจสอบพื้นที่เป็นเพียงการตรวจสอบโดยทั่วไปเพื่อเสนอราคาก่อสร้างเท่านั้น มิได้ตรวจสอบอย่างละเอียดจึงยังไม่ทราบถึงผลกระทบที่จะมีต่อที่ดินแปลงข้างเคียงนั้น ก็เป็นเรื่องที่จำเลยร่วมบกพร่องหรือละเลยไม่ตรวจสอบให้ละเอียดเอง จึงไม่อาจนำมาเป็นเหตุอ้างเพื่อจะไม่ต้องผูกพันตามข้อกำหนดการประกวดราคา และที่จำเลยร่วมฎีกาว่า โจทก์ต้องดำเนินการบอกเลิกสัญญาก่อนจึงจะใช้สิทธิในการริบเงินประกันของจำเลยร่วมนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยร่วมไม่เข้าทำสัญญากับโจทก์ตามข้อกำหนดการประกวดราคา จำเลยร่วมจึงต้องรับผิดต่อโจทก์อันเป็นความรับผิดตามข้อกำหนดก่อนสัญญา โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยร่วมร่วมรับผิดกับจำเลยตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา บริษัท ช.รุ่งเลิศ กรุ๊ป จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 50,000 บาท จำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยออกหนังสือค้ำประกันจำเลยร่วมในการยื่นซองประกวดราคาก่อสร้างโครงสร้างและสถาปัตยกรรมโครงการวู้ดแลนด์เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ของโจทก์ ตามหนังสือค้ำประกันและข้อกำหนดการประกวดราคา โจทก์พิจารณาให้จำเลยร่วมเป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยมีการต่อรองราคาลงเหลือ 97,370,000 บาท ตามสำเนาหนังสือยืนยันราคาค่าก่อสร้างโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยร่วมมาทำสัญญาก่อสร้างแล้ว แต่จำเลยร่วมปฏิเสธไม่ทำสัญญากับโจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยร่วมว่า จำเลยร่วมเป็นฝ่ายผิดข้อกำหนดการประกวดราคาหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อกำหนดในการยื่นซองประกวดราคา โจทก์ได้ให้ผู้เสนอราคาตรวจสอบสถานที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างก่อนการเสนอราคา จำเลยร่วมจึงมีเวลาและมีโอกาสที่จะส่งพนักงานไปดูพื้นที่ที่ทำการก่อสร้างว่ามีปัญหาอย่างไรหรือไม่ก่อนที่จะพิจารณาว่าสมควรเข้าแข่งขันการประกวดราคาหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากนายกิตติ พยานจำเลยและจำเลยร่วมเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ก่อนยื่นซองประกวดราคาจำเลยร่วมส่งพนักงานไปดูพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง แสดงว่าก่อนที่จำเลยร่วมจะยื่นซองประกวดราคาจำเลยร่วมย่อมทราบดีอยู่ก่อนแล้วว่าการก่อสร้างอาจจะมีปัญหากับเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ จึงมิใช่เพิ่งมาทราบภายหลังจากจำเลยร่วมเสนอราคาในการประกวดราคากับโจทก์แล้ว เมื่อจำเลยร่วมอยู่ในฐานะที่ทราบปัญหาอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ยังสมัครใจและตกลงเข้าเสนอราคาในการประกวดราคากับโจทก์ จำเลยร่วมจึงต้องผูกพันในอันที่จะต้องเข้าทำสัญญากับโจทก์ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งตามข้อกำหนดการประกวดราคาข้อ 1.4.4 จำเลยร่วมไม่อาจยกเอาเหตุที่จะต้องจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างโจทก์ จำเลยร่วม และเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาอ้างเป็นเหตุที่จะปฏิเสธไม่ทำสัญญา ส่วนที่จำเลยร่วมฎีกาว่า ในการตรวจสอบพื้นที่และโครงสร้างอาคารก่อนที่จะทำการเสนอราคาเป็นเพียงการตรวจสอบโดยทั่วไปเพื่อเสนอราคาก่อสร้างเท่านั้น จำเลยร่วมมิได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดจึงยังไม่ทราบถึงผลกระทบที่แท้จริงอันจะมีต่อที่ดินแปลงข้างเคียงนั้น ก็เป็นเรื่องที่จำเลยร่วมบกพร่องหรือละเลยไม่ตรวจสอบให้ละเอียดเอง จึงไม่อาจนำมาเป็นเหตุอ้างเพื่อจะไม่ต้องผูกพันตามข้อกำหนดการประกวดราคา และที่จำเลยร่วมฎีกาว่าโจทก์ต้องดำเนินการบอกเลิกสัญญาก่อนจึงจะใช้สิทธิในการริบเงินประกันของจำเลยร่วมนั้นเห็นว่า เมื่อจำเลยร่วมไม่เข้าทำสัญญากับโจทก์ตามข้อกำหนดการประกวดราคา จำเลยร่วมจึงต้องรับผิดต่อโจทก์อันเป็นความรับผิดตามข้อกำหนดการประกวดราคาก่อนสัญญา โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยร่วมร่วมรับผิดกับจำเลยตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประยูร ณ ระนอง-ชาติชาย อัครวิบูลย์-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) ศาลแพ่งธนบุรี - นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ตัญศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3258/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย191/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย1039/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571908
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชัย ตัญศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979187"
    }
}
date
2556
deka_no
20333/2556
deka_running_no
20333
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "ชาติชาย อัครวิบูลย์",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 369"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวู้ดแลนด์ รีสอร์ท จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "บริษัท ช. รุ่งเลิศ กรุ๊ป จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา บริษัท ช.รุ่งเลิศ กรุ๊ป จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความให้ 50,000 บาท

จำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยออกหนังสือค้ำประกันจำเลยร่วมในการยื่นซองประกวดราคาก่อสร้างโครงสร้างและสถาปัตยกรรมโครงการวู้ดแลนด์เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ของโจทก์ ตามหนังสือค้ำประกันและข้อกำหนดการประกวดราคา โจทก์พิจารณาให้จำเลยร่วมเป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยมีการต่อรองราคาลงเหลือ 97,370,000 บาท ตามสำเนาหนังสือยืนยันราคาค่าก่อสร้างโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยร่วมมาทำสัญญาก่อสร้างแล้ว แต่จำเลยร่วมปฏิเสธไม่ทำสัญญากับโจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยร่วมว่า จำเลยร่วมเป็นฝ่ายผิดข้อกำหนดการประกวดราคาหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อกำหนดในการยื่นซองประกวดราคา โจทก์ได้ให้ผู้เสนอราคาตรวจสอบสถานที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างก่อนการเสนอราคา จำเลยร่วมจึงมีเวลาและมีโอกาสที่จะส่งพนักงานไปดูพื้นที่ที่ทำการก่อสร้างว่ามีปัญหาอย่างไรหรือไม่ก่อนที่จะพิจารณาว่าสมควรเข้าแข่งขันการประกวดราคาหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากนายกิตติ พยานจำเลยและจำเลยร่วมเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ก่อนยื่นซองประกวดราคาจำเลยร่วมส่งพนักงานไปดูพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง แสดงว่าก่อนที่จำเลยร่วมจะยื่นซองประกวดราคาจำเลยร่วมย่อมทราบดีอยู่ก่อนแล้วว่าการก่อสร้างอาจจะมีปัญหากับเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ จึงมิใช่เพิ่งมาทราบภายหลังจากจำเลยร่วมเสนอราคาในการประกวดราคากับโจทก์แล้ว เมื่อจำเลยร่วมอยู่ในฐานะที่ทราบปัญหาอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ยังสมัครใจและตกลงเข้าเสนอราคาในการประกวดราคากับโจทก์ จำเลยร่วมจึงต้องผูกพันในอันที่จะต้องเข้าทำสัญญากับโจทก์ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งตามข้อกำหนดการประกวดราคาข้อ 1.4.4 จำเลยร่วมไม่อาจยกเอาเหตุที่จะต้องจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างโจทก์ จำเลยร่วม และเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาอ้างเป็นเหตุที่จะปฏิเสธไม่ทำสัญญา ส่วนที่จำเลยร่วมฎีกาว่า ในการตรวจสอบพื้นที่และโครงสร้างอาคารก่อนที่จะทำการเสนอราคาเป็นเพียงการตรวจสอบโดยทั่วไปเพื่อเสนอราคาก่อสร้างเท่านั้น จำเลยร่วมมิได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดจึงยังไม่ทราบถึงผลกระทบที่แท้จริงอันจะมีต่อที่ดินแปลงข้างเคียงนั้น ก็เป็นเรื่องที่จำเลยร่วมบกพร่องหรือละเลยไม่ตรวจสอบให้ละเอียดเอง จึงไม่อาจนำมาเป็นเหตุอ้างเพื่อจะไม่ต้องผูกพันตามข้อกำหนดการประกวดราคา และที่จำเลยร่วมฎีกาว่าโจทก์ต้องดำเนินการบอกเลิกสัญญาก่อนจึงจะใช้สิทธิในการริบเงินประกันของจำเลยร่วมนั้นเห็นว่า เมื่อจำเลยร่วมไม่เข้าทำสัญญากับโจทก์ตามข้อกำหนดการประกวดราคา จำเลยร่วมจึงต้องรับผิดต่อโจทก์อันเป็นความรับผิดตามข้อกำหนดการประกวดราคาก่อนสัญญา โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยร่วมร่วมรับผิดกับจำเลยตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ย191/2550
primary_red_case_no
ย1039/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000351.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3258/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556