คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11432/2557 ฉบับเต็ม

#571926
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11432/2557 บริษัทไท้ฮวดสตีลเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โจทก์ นางนัดดา ปริสุทธิพุทธิญาณ ในฐานะ พนักงานตรวจแรงงาน กับพวก จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (3) รถบรรทุกสิบล้อขนส่งเหล็กที่จำเลยที่ 2 ขับมีน้ำหนักมาก คนขับจำต้องตรวจสอบยางเป็นระยะ เพื่อป้องกันมิให้ยางระเบิดซึ่งอาจทำให้รถพลิกคว่ำเป็นเหตุให้รถและเหล็กที่บรรทุกมาเสียหายได้ ถนนที่เกิดเหตุก็เป็นถนนคอนกรีตฝั่งละ 3 ช่องทางเดินรถ มีเกาะกลางถนนและมีไฟฟ้าส่องสว่าง ไม่ใช่ถนนที่มีสภาพเปลี่ยวมากนัก เมื่อถูกคนร้ายปล้นรถและเหล็กแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ถูกคนร้ายใช้มีดฟันจนดั้งจมูกหัก แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ไม่อาจคาดหมายว่าจะถูกคนร้ายปล้น การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 99/2551 จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยื่นคำให้การ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลาง ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2545 จำเลยที่ 2 เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของโจทก์ ตำแหน่งพนักงานขับรถขนส่งเหล็ก ได้รับค่าจ้างสุดท้ายวันละ 200 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันเสาร์ ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2551 โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 2 เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 เวลาประมาณ 3 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสิบล้อขนส่งเหล็กไปส่งที่จังหวัดสระบุรี เมื่อถึงถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 จอดรถตรวจสอบยางในที่เปลี่ยว และถูกคนร้ายสามคนปล้นเอาเหล็กราคาประมาณ 390,000 บาท ของโจทก์ไป และคนร้ายได้ทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 2 โดยใช้มีดฟันที่ใบหน้าของจำเลยที่ 2 เป็นเหตุให้ดั้งจมูกหักและมีบาดแผลที่แก้มขวา แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 มิได้ประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานชอบแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า รถบรรทุกสิบล้อขนส่งเหล็กที่จำเลยที่ 2 ขับมีน้ำหนักมาก คนขับจำต้องตรวจสอบยางเป็นระยะ เพื่อป้องกันมิให้ยางระเบิด ซึ่งอาจทำให้รถพลิกคว่ำเป็นเหตุให้รถและเหล็กที่บรรทุกมาเสียหายได้และถนนร่มเกล้าที่เกิดเหตุก็เป็นถนนคอนกรีตฝั่งละ 3 ช่องเดินรถมีเกาะกลางถนนและมีไฟฟ้าส่องสว่าง ไม่ใช่ถนนที่มีสภาพเปลี่ยวมากนัก เมื่อถูกคนร้ายปล้นรถและเหล็กแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ถูกคนร้ายใช้มีดฟันจนดั้งจมูกหัก แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ไม่อาจคาดหมายว่าจะถูกคนร้ายปล้น การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เมื่อโจทก์เลิกจ้าง โจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่จำเลยที่ 2 ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลแรงงานกลาง (สมุทรปราการ) - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.3868/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สป203/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สป514/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
571926
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง (สมุทรปราการ)",
        "judge": "นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976357"
    }
}
date
2557
deka_no
11432/2557
deka_running_no
11432
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไท้ฮวดสตีลเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางนัดดา ปริสุทธิพุทธิญาณ ในฐานะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พนักงานตรวจแรงงาน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 99/2551

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยื่นคำให้การ

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลาง ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2545 จำเลยที่ 2 เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของโจทก์ ตำแหน่งพนักงานขับรถขนส่งเหล็ก ได้รับค่าจ้างสุดท้ายวันละ 200 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันเสาร์ ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2551 โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 2 เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 เวลาประมาณ 3 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสิบล้อขนส่งเหล็กไปส่งที่จังหวัดสระบุรี เมื่อถึงถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 จอดรถตรวจสอบยางในที่เปลี่ยว และถูกคนร้ายสามคนปล้นเอาเหล็กราคาประมาณ 390,000 บาท ของโจทก์ไป และคนร้ายได้ทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 2 โดยใช้มีดฟันที่ใบหน้าของจำเลยที่ 2 เป็นเหตุให้ดั้งจมูกหักและมีบาดแผลที่แก้มขวา แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 มิได้ประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานชอบแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า รถบรรทุกสิบล้อขนส่งเหล็กที่จำเลยที่ 2 ขับมีน้ำหนักมาก คนขับจำต้องตรวจสอบยางเป็นระยะ เพื่อป้องกันมิให้ยางระเบิด ซึ่งอาจทำให้รถพลิกคว่ำเป็นเหตุให้รถและเหล็กที่บรรทุกมาเสียหายได้และถนนร่มเกล้าที่เกิดเหตุก็เป็นถนนคอนกรีตฝั่งละ 3 ช่องเดินรถมีเกาะกลางถนนและมีไฟฟ้าส่องสว่าง ไม่ใช่ถนนที่มีสภาพเปลี่ยวมากนัก เมื่อถูกคนร้ายปล้นรถและเหล็กแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ถูกคนร้ายใช้มีดฟันจนดั้งจมูกหัก แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ไม่อาจคาดหมายว่าจะถูกคนร้ายปล้น การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เมื่อโจทก์เลิกจ้าง โจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่จำเลยที่ 2 ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
สป203/2551
primary_red_case_no
สป514/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000326.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.3868/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557