คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2557 ฉบับเต็ม

#572029
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2557 นางกุลสินี แสงทา โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1600 พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2), มาตรา 77 จัตวา เงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายนั้น พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้บัญญัติให้จ่ายแก่บุคคลตามมาตรา 73 (2) และทายาทผู้มีสิทธิตามมาตรา 77 จัตวา ตามลำดับ เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะแล้ว อีกทั้งประโยชน์ทดแทนในกรณีดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายได้มาเนื่องจากความตายหรือได้มาภายหลังที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ประกันตนโดยแท้ ไม่เป็นทรัพย์มรดก โจทก์เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ประกันตน ไม่ใช่บุคคลและทายาทผู้มีสิทธิตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2), 77 จัตวา จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1399 - 1400/2549 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2549 และให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพและเงินสงเคราะห์กรณีตายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องและคำให้การเพียงพอแก่การวินิจฉัย จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2) เรื่องเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย และมาตรา 77 จัตวา เรื่องเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตาย เป็นเพียงวิธีการจัดการประโยชน์ทดแทนในเบื้องต้นให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิเท่านั้น แต่ไม่มีบทบัญญัติใดที่ตัดสิทธิโดยชัดแจ้งว่าในกรณีที่ไม่มีทายาทผู้มีสิทธิตามบทมาตราดังกล่าวแล้ว ทายาทอื่นที่มิได้กำหนดให้เป็นผู้มีสิทธิจะถูกตัดสิทธิไปด้วย กรณีจึงจำต้องจ่ายให้แก่ทายาทอื่นของผู้ประกันตนโดยพิจารณาจ่ายตามหลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 มาตรา 1629 และมาตรา 1630 ตามลำดับ ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ในปัญหานี้ศาลแรงงานภาค 1 วินิจฉัยว่า สำหรับเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายนั้น พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้บัญญัติให้จ่ายแก่บุคคลตามมาตรา 73 (2) และทายาทผู้มีสิทธิตามมาตรา 77 จัตวา ตามลำดับ ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะแล้ว อีกทั้งประโยชน์ทดแทนในกรณีดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายได้มาเนื่องจากการตายหรือได้มาภายหลังที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ประกันตนโดยแท้ตามลำดับ ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์มรดก จึงไม่สามารถนำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องมรดกมาปรับใช้ในคดีนี้ได้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ประกันตนเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่บุคคลและทายาทผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว ข้อวินิจฉัยดังกล่าวของศาลแรงงานภาค 1 นั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จึงไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำอีก ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระพงศ์ จิระภาค-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลแรงงานภาค 1 - นายองอาจ แน่นหนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2339/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ270/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ90/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572029
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 1",
        "judge": "นายองอาจ แน่นหนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081978173"
    }
}
date
2557
deka_no
3656/2557
deka_running_no
3656
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1600"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "sections": [
            "ม. 73 (2)",
            "ม. 77 จัตวา"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางกุลสินี แสงทา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1399 - 1400/2549 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2549 และให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพและเงินสงเคราะห์กรณีตายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องและคำให้การเพียงพอแก่การวินิจฉัย จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2) เรื่องเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย และมาตรา 77 จัตวา เรื่องเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตาย เป็นเพียงวิธีการจัดการประโยชน์ทดแทนในเบื้องต้นให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิเท่านั้น แต่ไม่มีบทบัญญัติใดที่ตัดสิทธิโดยชัดแจ้งว่าในกรณีที่ไม่มีทายาทผู้มีสิทธิตามบทมาตราดังกล่าวแล้ว ทายาทอื่นที่มิได้กำหนดให้เป็นผู้มีสิทธิจะถูกตัดสิทธิไปด้วย กรณีจึงจำต้องจ่ายให้แก่ทายาทอื่นของผู้ประกันตนโดยพิจารณาจ่ายตามหลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 มาตรา 1629 และมาตรา 1630 ตามลำดับ ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ในปัญหานี้ศาลแรงงานภาค 1 วินิจฉัยว่า สำหรับเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายนั้น พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้บัญญัติให้จ่ายแก่บุคคลตามมาตรา 73 (2) และทายาทผู้มีสิทธิตามมาตรา 77 จัตวา ตามลำดับ ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะแล้ว อีกทั้งประโยชน์ทดแทนในกรณีดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายได้มาเนื่องจากการตายหรือได้มาภายหลังที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ประกันตนโดยแท้ตามลำดับ ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์มรดก จึงไม่สามารถนำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องมรดกมาปรับใช้ในคดีนี้ได้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ประกันตนเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่บุคคลและทายาทผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว ข้อวินิจฉัยดังกล่าวของศาลแรงงานภาค 1 นั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จึงไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำอีก ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ270/2550
primary_red_case_no
พ90/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000342.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2339/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557