คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12652/2557 ฉบับเต็ม

#572034
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12652/2557 นายสุทธิพงษ์ รักษ์มณี โจทก์ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 4 (7), มาตรา 69 (10), มาตรา 71 ในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอน โจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดสรรหลักทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ซื้อตามโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ หากไม่ดำเนินการหรือไม่สามารถดำเนินการได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน503,507.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2537 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2549 สาเหตุที่ออกเนื่องจากจำเลยที่ 2 มีคำสั่งเลิกจ้างอ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์ โจทก์ถอนฟ้องโดยระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงินใดๆ จากจำเลยอีก ขณะเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้มีโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานในเครือไออาร์พีซี ซึ่งรวมถึงอดีตพนักงานที่เป็นลูกจ้างตามกฎหมายของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือ โดยอดีตพนักงานที่จะได้รับการจัดสรรต้องพ้นจากการเป็นพนักงานด้วยเหตุเกษียณอายุตามระเบียบบริษัท มีการโอนย้ายเนื่องจากคำสั่งของบริษัทเสียชีวิต หมดสัญญาจ้าง กรณีเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยจนต้องออกจากงาน บริษัทอนุญาตให้ลาออกโดยสมัครใจ โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 2.88 บาท ราคาของหุ้น ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 มีราคาสูงสุด 1.96 บาท และต่ำสุด 1.93 บาท แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาโครงการที่จำเลยที่ 1 กำหนดเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานเป็นลักษณะสวัสดิการที่จำเลยทั้งสองมอบให้แก่พนักงานด้วยความสมัครใจไม่ได้เกิดขึ้นโดยกฎหมายบังคับหรือข้อสัญญาใด ๆ จำเลยทั้งสองย่อมกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการผู้มีสิทธิได้รับการจัดสรรได้ตามความต้องการ ซึ่งอดีตพนักงานต้องเป็นไปตามที่จำเลยทั้งสองกำหนด หากถูกเลิกจ้างจะต้องถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด กรณีของโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่ากระทำความผิดร้ายแรง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองแล้วถอนฟ้อง คำสั่งเลิกจ้างจึงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกลบล้างหรือเพิกถอน โจทก์จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอนโจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-บูรณ์ ฐาปนดุลย์) ศาลแรงงานกลาง - นายพิสัณห์ ชมภูพล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.790/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1296/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1162/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572034
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายพิสัณห์ ชมภูพล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976113"
    }
}
date
2557
deka_no
12652/2557
deka_running_no
12652
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "บูรณ์ ฐาปนดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 575"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535",
        "sections": [
            "ม. 4 (7)",
            "ม. 69 (10)",
            "ม. 71"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุทธิพงษ์ รักษ์มณี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดสรรหลักทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ซื้อตามโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ หากไม่ดำเนินการหรือไม่สามารถดำเนินการได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน503,507.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2537 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2549 สาเหตุที่ออกเนื่องจากจำเลยที่ 2 มีคำสั่งเลิกจ้างอ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์ โจทก์ถอนฟ้องโดยระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงินใดๆ จากจำเลยอีก ขณะเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้มีโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานในเครือไออาร์พีซี ซึ่งรวมถึงอดีตพนักงานที่เป็นลูกจ้างตามกฎหมายของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือ โดยอดีตพนักงานที่จะได้รับการจัดสรรต้องพ้นจากการเป็นพนักงานด้วยเหตุเกษียณอายุตามระเบียบบริษัท มีการโอนย้ายเนื่องจากคำสั่งของบริษัทเสียชีวิต หมดสัญญาจ้าง กรณีเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยจนต้องออกจากงาน บริษัทอนุญาตให้ลาออกโดยสมัครใจ โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 2.88 บาท ราคาของหุ้น ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 มีราคาสูงสุด 1.96 บาท และต่ำสุด 1.93 บาท แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาโครงการที่จำเลยที่ 1 กำหนดเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานเป็นลักษณะสวัสดิการที่จำเลยทั้งสองมอบให้แก่พนักงานด้วยความสมัครใจไม่ได้เกิดขึ้นโดยกฎหมายบังคับหรือข้อสัญญาใด ๆ จำเลยทั้งสองย่อมกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการผู้มีสิทธิได้รับการจัดสรรได้ตามความต้องการ ซึ่งอดีตพนักงานต้องเป็นไปตามที่จำเลยทั้งสองกำหนด หากถูกเลิกจ้างจะต้องถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด กรณีของโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่ากระทำความผิดร้ายแรง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองแล้วถอนฟ้อง คำสั่งเลิกจ้างจึงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกลบล้างหรือเพิกถอน โจทก์จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอนโจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1296/2551
primary_red_case_no
พ1162/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000324.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.790/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557