คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2557 ฉบับเต็ม

#572041
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2557 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายชาญวิทย์ อิ่มคูนอก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง, มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 215, มาตรา 225 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ แต่หากจำเลยให้การรับสารภาพหลังสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากทางนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว ศาลย่อมนำข้อเท็จจริงมารับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 371 ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยไม่มีเหตุสมควร หรือโดยเปิดเผย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันและตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังเป็นยุติว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางอยู่ในช่องเก็บของด้านนอกของรถยนต์โดยสารที่จำเลยเป็นผู้ขับ โดยมีสิ่งของปิดไว้และห่อด้วยผ้าสีขาว ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โจทก์ไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางอยู่ในช่องเก็บของด้านนอกของรถยนต์โดยสารที่จำเลยเป็นผู้ขับ โดยมีสิ่งของปิดไว้และห่อด้วยผ้าสีขาว เมื่อจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารคันที่ค้นพบอาวุธปืนของกลาง การที่จำเลยจะลงจากรถยนต์โดยสารมาหยิบฉวยอาวุธปืนมาใช้ทันทีทันใดนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก จึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการพาติดตัวทั้งเจ้าพนักงานตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางขณะที่รถยนต์โดยสารที่จำเลยขับจอดอยู่ข้างสถานีบริการน้ำมันเพียว ซึ่งจำเลยนำสืบว่า วันเกิดเหตุขณะที่จำเลยจอดรถรอรับพนักงานในตอนเย็นบริเวณหลังสถานีบริการน้ำมันเพียว เวลาประมาณ 8 นาฬิกา นายวินัยนำอาวุธปืนของกลางมาฝากไว้แล้วจะมารับคืนตอนเย็น เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปตามถนนสาธารณะ ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตามฟ้อง จึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยว่าขณะที่จำเลยจอดรถรอรับพนักงานบริเวณสถานีบริการน้ำมันเพียว นายวินัยนำอาวุธปืนของกลางมาฝากจำเลยไว้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แม้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามฟ้อง ซึ่งข้อเท็จจริงต้องรับฟังเป็นยุติตามฟ้องและศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากทางนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยไม่ได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลฎีกาย่อมนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมารับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปกรณ์ มหรรณพ-สมยศ เข็มทอง-นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวิสิษฐ์ พุ่มกำพล ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจิรพงษ์ ทัศน์เอี่ยม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.360/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5273/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ395/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572041
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นายวิสิษฐ์ พุ่มกำพล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายจิรพงษ์ ทัศน์เอี่ยม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081978408"
    }
}
date
2557
deka_no
2456/2557
deka_running_no
2456
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ มหรรณพ",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 176 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 185 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 215",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชาญวิทย์ อิ่มคูนอก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 371 ริบอาวุธปืนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืนของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยไม่มีเหตุสมควร หรือโดยเปิดเผย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันและตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังเป็นยุติว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางอยู่ในช่องเก็บของด้านนอกของรถยนต์โดยสารที่จำเลยเป็นผู้ขับ โดยมีสิ่งของปิดไว้และห่อด้วยผ้าสีขาว ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โจทก์ไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางอยู่ในช่องเก็บของด้านนอกของรถยนต์โดยสารที่จำเลยเป็นผู้ขับ โดยมีสิ่งของปิดไว้และห่อด้วยผ้าสีขาว เมื่อจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารคันที่ค้นพบอาวุธปืนของกลาง การที่จำเลยจะลงจากรถยนต์โดยสารมาหยิบฉวยอาวุธปืนมาใช้ทันทีทันใดนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก จึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการพาติดตัวทั้งเจ้าพนักงานตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางขณะที่รถยนต์โดยสารที่จำเลยขับจอดอยู่ข้างสถานีบริการน้ำมันเพียว ซึ่งจำเลยนำสืบว่า วันเกิดเหตุขณะที่จำเลยจอดรถรอรับพนักงานในตอนเย็นบริเวณหลังสถานีบริการน้ำมันเพียว เวลาประมาณ 8 นาฬิกา นายวินัยนำอาวุธปืนของกลางมาฝากไว้แล้วจะมารับคืนตอนเย็น เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปตามถนนสาธารณะ ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตามฟ้อง จึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยว่าขณะที่จำเลยจอดรถรอรับพนักงานบริเวณสถานีบริการน้ำมันเพียว นายวินัยนำอาวุธปืนของกลางมาฝากจำเลยไว้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แม้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามฟ้อง ซึ่งข้อเท็จจริงต้องรับฟังเป็นยุติตามฟ้องและศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากทางนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยไม่ได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลฎีกาย่อมนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมารับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5273/2555
primary_red_case_no
อ395/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000344.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.360/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557