คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9690/2557 ฉบับเต็ม

#572052
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9690/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายปราโมทย์ เปียทอง จำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา หนังสือของหัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและทะเบียนอาวุธปืน ระบุว่า การได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนยังอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 22 ข้อที่ 6 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตรสามารถอนุญาตให้ตำรวจที่อยู่ในบังคับบัญชาพกอาวุธปืนติดตัวไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ขณะเกิดเหตุ จำเลยรับราชการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและมีใบอนุญาตเป็นบัตรพกพาอาวุธปืนระบุชัดแจ้งว่า เป็นการอนุญาตโดยอาศัยอำนาจตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าว พร้อมทั้งมีข้อความครบถ้วนและออกโดยผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตรของจำเลย ดังนี้ เท่ากับบัตรพกพาเป็นหลักฐานอันเป็นหนังสือที่แสดงว่าจำเลยได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาตามประมวลระเบียบการตำรวจอย่างถูกต้องแล้ว และขณะจำเลยถูกจับกุมยังอยู่ในช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัว จำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบแผ่นป้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีปลอมของกลาง และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อ.3826/2553 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อ.3826/2553 ของศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม แต่แผ่นป้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี2552 เป็นทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จึงให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และให้ยกคำขอนับโทษต่อเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่ใช่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ทั้งไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือของหัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและทะเบียนประวัติอาวุธปืน ระบุว่า การได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนยังอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 22 บทที่ 13 ข้อที่ 6 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตรสามารถอนุญาตให้ตำรวจที่อยู่ในบังคับบัญชาพกอาวุธปืนติดตัวไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ซึ่งใบอนุญาต ระบุชัดแจ้งว่า เป็นการอนุญาตโดยอาศัยอำนาจตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าว พร้อมทั้งมีข้อความครบถ้วนตามแบบท้ายระเบียบ เท่ากับเป็นหลักฐานอันเป็นหนังสือที่แสดงว่าจำเลยได้รับอนุญาตจากพันตำรวจตรีวราวุธ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตรตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าวอย่างถูกต้องแล้ว และขณะจำเลยถูกจับกุมยังอยู่ในช่วงระยะเวลาที่จำเลยได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัว ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า จำเลยไม่ได้นำพันตำรวจตรีวราวุธ ผู้อนุญาตมาเบิกความเป็นพยานนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่ได้นำสืบโต้แย้งคัดค้านถึงความถูกต้องของใบอนุญาตดังกล่าว จึงต้องฟังว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกโดยถูกต้องตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าว ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ จำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุทธิโชค เทพไตรรัตน์-สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์-สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์) ศาลอาญา - นางจุฬชฎางค์ สวัสดิยากร วิวัฒน์วานิช ศาลอุทธรณ์ - นายไสว จันทะศรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4447/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1034/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1847/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572052
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางจุฬชฎางค์ สวัสดิยากร วิวัฒน์วานิช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายไสว จันทะศรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976686"
    }
}
date
2557
deka_no
9690/2557
deka_running_no
9690
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สุทธิโชค เทพไตรรัตน์",
    "สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์",
    "สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายปราโมทย์ เปียทอง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบแผ่นป้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีปลอมของกลาง และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อ.3826/2553 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อ.3826/2553 ของศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม แต่แผ่นป้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี2552 เป็นทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จึงให้ริบ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และให้ยกคำขอนับโทษต่อเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่ใช่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ทั้งไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือของหัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและทะเบียนประวัติอาวุธปืน ระบุว่า การได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนยังอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 22 บทที่ 13 ข้อที่ 6 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตรสามารถอนุญาตให้ตำรวจที่อยู่ในบังคับบัญชาพกอาวุธปืนติดตัวไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ซึ่งใบอนุญาต ระบุชัดแจ้งว่า เป็นการอนุญาตโดยอาศัยอำนาจตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าว พร้อมทั้งมีข้อความครบถ้วนตามแบบท้ายระเบียบ เท่ากับเป็นหลักฐานอันเป็นหนังสือที่แสดงว่าจำเลยได้รับอนุญาตจากพันตำรวจตรีวราวุธ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตรตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าวอย่างถูกต้องแล้ว และขณะจำเลยถูกจับกุมยังอยู่ในช่วงระยะเวลาที่จำเลยได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัว ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า จำเลยไม่ได้นำพันตำรวจตรีวราวุธ ผู้อนุญาตมาเบิกความเป็นพยานนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่ได้นำสืบโต้แย้งคัดค้านถึงความถูกต้องของใบอนุญาตดังกล่าว จึงต้องฟังว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกโดยถูกต้องตามประมวลระเบียบการตำรวจดังกล่าว ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ จำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1034/2553
primary_red_case_no
อ1847/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000329.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4447/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557