คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2557 ฉบับเต็ม

#572056
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2557 บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวรกิตติ ศรีเกตุนิ่ม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850, มาตรา 851, มาตรา 852 ตามบันทึกข้อตกลงมีข้อความระบุไว้แต่เพียงว่า ช. และจำเลยต่างยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ค่าเสียหายที่เกิดจากรถเฉี่ยวชนกันดังกล่าวมีทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารถยก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่บาดเจ็บ แต่ตามบันทึกดังกล่าวไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่ชัดแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิงแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เอาประกันรถยนต์กระบะคือ ธ. มิใช่ ช. สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถหรือค่ายกรถจึงเป็นสิทธิของ ธ. ไม่ใช่สิทธิของ ช. ทั้งไม่ปรากฏว่า ธ. ได้มอบอำนาจให้ ช. ดำเนินการตกลงกับคู่กรณีแต่อย่างใด บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้หนี้ในมูลละเมิดครั้งนี้ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ถึง 852 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 107,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 103,110 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บน 7290 นครปฐม ไว้จากนายธนัฐ จำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 9350 นครปฐม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 เวลา 15.40 นาฬิกา ขณะที่นายชาญศิลป์ ขับรถยนต์กระบะที่โจทก์รับประกันภัยไว้จากอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มาตามถนนสายศาลายา - บางภาษี เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณทางแยกเข้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 9350 นครปฐมซึ่งจำเลยขับออกจากสถานีบริการน้ำมัน เพื่อจะเลี้ยวกลับรถไปในช่องเดินรถฝั่งตรงข้ามเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย นายชาญศิลป์กับนายขวัญชัย ซึ่งนั่งมาในรถยนต์กระบะได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกแดน พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับนายชาญศิลป์และจำเลยคนละ 500 บาท และทำบันทึกข้อตกลงไว้ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า ทั้งนายชาญศิลป์และจำเลยต่างไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีซึ่งกันและกันตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี โจทก์นำรถยนต์ที่รับประกันภัยไว้ไปซ่อมเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อม ค่ารถยก ค่ารักษาพยาบาลให้นายชาญศิลป์และนายขวัญชัยเป็นเงิน 103,100 บาทตามใบสั่งจ่ายค่าสินไหมทดแทน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่จำเลยและนายชาญศิลป์ต่างทำบันทึกไว้ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า ไม่ติดใจดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ต่อกันนั้นถือเป็นข้อตกลงในการระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามลักษณะของสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงมีข้อความระบุไว้แต่เพียงว่านายชาญศิลป์และจำเลยต่างยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ค่าเสียหายที่เกิดจากรถเฉี่ยวชนกันดังกล่าวมีทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารถยก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่บาดเจ็บ แต่ตามบันทึกดังกล่าวไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่ชัดแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิงแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์กระบะคือนายธนัฐ มิใช่นายชาญศิลป์ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถหรือค่ายกรถจึงเป็นสิทธิของนายธนัฐไม่ใช่สิทธิของนายชาญศิลป์ ทั้งไม่ปรากฏว่านายธนัฐได้มอบอำนาจให้นายชาญศิลป์ดำเนินการตกลงกับคู่กรณีแต่อย่างใด บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้หนี้ในมูลละเมิดครั้งนี้ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 ถึง 852 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่า เหตุที่รถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุและได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิของผู้ถูกละเมิดเรียกค่าเสียหายจากจำเลยผู้ทำละเมิดได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 103,110 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่กิน 4,290 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ประยูร ณ ระนอง-สมควร วิเชียรวรรณ-สุริยง ลิ้มสถิรานันท์) ศาลแขวงนครปฐม - นายสุทรรศน์ น้อยแก้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายบุญส่ง น้อยโสภณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1195/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ715/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ778/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572056
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครปฐม",
        "judge": "นายสุทรรศน์ น้อยแก้ว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายบุญส่ง น้อยโสภณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081978171"
    }
}
date
2557
deka_no
3664/2557
deka_running_no
3664
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "สมควร วิเชียรวรรณ",
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850",
            "ม. 851",
            "ม. 852"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวรกิตติ ศรีเกตุนิ่ม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 107,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 103,110 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บน 7290 นครปฐม ไว้จากนายธนัฐ จำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 9350 นครปฐม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 เวลา 15.40 นาฬิกา ขณะที่นายชาญศิลป์ ขับรถยนต์กระบะที่โจทก์รับประกันภัยไว้จากอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มาตามถนนสายศาลายา - บางภาษี เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณทางแยกเข้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 9350 นครปฐมซึ่งจำเลยขับออกจากสถานีบริการน้ำมัน เพื่อจะเลี้ยวกลับรถไปในช่องเดินรถฝั่งตรงข้ามเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย นายชาญศิลป์กับนายขวัญชัย ซึ่งนั่งมาในรถยนต์กระบะได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกแดน พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับนายชาญศิลป์และจำเลยคนละ 500 บาท และทำบันทึกข้อตกลงไว้ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า ทั้งนายชาญศิลป์และจำเลยต่างไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีซึ่งกันและกันตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี โจทก์นำรถยนต์ที่รับประกันภัยไว้ไปซ่อมเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อม ค่ารถยก ค่ารักษาพยาบาลให้นายชาญศิลป์และนายขวัญชัยเป็นเงิน 103,100 บาทตามใบสั่งจ่ายค่าสินไหมทดแทน

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่จำเลยและนายชาญศิลป์ต่างทำบันทึกไว้ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า ไม่ติดใจดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ต่อกันนั้นถือเป็นข้อตกลงในการระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามลักษณะของสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงมีข้อความระบุไว้แต่เพียงว่านายชาญศิลป์และจำเลยต่างยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ค่าเสียหายที่เกิดจากรถเฉี่ยวชนกันดังกล่าวมีทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารถยก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่บาดเจ็บ แต่ตามบันทึกดังกล่าวไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่ชัดแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิงแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์กระบะคือนายธนัฐ มิใช่นายชาญศิลป์ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถหรือค่ายกรถจึงเป็นสิทธิของนายธนัฐไม่ใช่สิทธิของนายชาญศิลป์ ทั้งไม่ปรากฏว่านายธนัฐได้มอบอำนาจให้นายชาญศิลป์ดำเนินการตกลงกับคู่กรณีแต่อย่างใด บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้หนี้ในมูลละเมิดครั้งนี้ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 ถึง 852 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่า เหตุที่รถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุและได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิของผู้ถูกละเมิดเรียกค่าเสียหายจากจำเลยผู้ทำละเมิดได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 103,110 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่กิน 4,290 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ715/2544
primary_red_case_no
พ778/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000342.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1195/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557