คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8174/2557 ฉบับเต็ม

#572059
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8174/2557 นาวาตรีศราวุธ สังขปรีชา โจทก์ บริษัทเอ็ม เอ็มลอจิสติคส์ จำกัด กับพวก จำเลย บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 425 ตามสัญญาเช่าเหมาเรือลงวันที่ 21 มกราคม 2553 ข้อ 6 เอ ซีและดีมีใจความโดยสรุปว่า การเช่าเรือครั้งนี้จำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้เช่าเรือมุ่งหมายเอาผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินการของบริษัท ด. ผู้เป็นเจ้าของเรือ นายเรือและเจ้าหน้าที่ในการเดินเรือเป็นสำคัญ ส่วนการเดินเรือและการจัดการเกี่ยวกับเรือไม่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยร่วม แต่เป็นอำนาจโดยเด็ดขาดของบริษัท ด. ยิ่งไปกว่านั้นในข้อ 7.เอ ยังมีข้อความระบุว่าบริษัท ด. มีหน้าที่จัดหาและจ่ายเสบียงอาหาร ค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้แก่นายเรือ เจ้าหน้าที่และลูกเรือด้วยตนเอง จำเลยร่วมไม่มีส่วนรับผิดในค่าใช้จ่ายเหล่านั้นด้วย คงรับผิดชอบชำระค่าเรือให้แก่บริษัท ด. ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเท่านั้น ลูกเรือของเรือเฮอริเทจเซอร์วิสและจำเลยทั้งห้าจึงไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยร่วม จำเลยร่วมไม่จำต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกเรือดังกล่าว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชดใช้เงิน 1,030,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทนิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยทั้งห้า ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของโจทก์และจำเลยทั้งห้าให้เป็นพับ จำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยร่วมเสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์และจำเลยร่วมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้เช่าเรือเฮอริเทจเซอร์วิสจากบริษัทไดฟไทด์ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของเรือลำดังกล่าวต้องรับผิดในความประมาทเลินเล่อที่ลูกเรือกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าเหมาเรือลงวันที่ 21 มกราคม 2553 ข้อ 6 เอ, ซีและดีมีใจความโดยสรุปว่า การเช่าเรือครั้งนี้จำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้เช่าเรือมุ่งหมายเอาผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินการของบริษัทไดฟไทด์ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของเรือ นายเรือและเจ้าหน้าที่ในการเดินเรือเป็นสำคัญ ส่วนการเดินเรือและการจัดการเกี่ยวกับเรือไม่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยร่วม แต่เป็นอำนาจโดยเด็ดขาดของบริษัทไดฟไทด์ จำกัด นายเรือและเจ้าหน้าที่ในการเดินเรือที่จะพิจารณาและตัดสินใจ เพื่อให้การเดินเรือมีความปลอดภัย หากจำเลยร่วมไม่พอใจในการปฏิบัติงานของเรือ เจ้าหน้าที่หรือลูกเรือคนใด จำเลยร่วมไม่มีอำนาจที่จะสั่งการสั่งให้หยุดงานหรือเปลี่ยนตัวนายเรือ เจ้าหน้าที่หรือลูกเรือคนใดได้โดยลำพัง แต่ต้องร้องเรียนต่อนายเรือเพื่อให้นายเรือดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน หากผลการสอบสวนเป็นไปตามคำร้องเรียนของจำเลยร่วม นายเรือก็จะสั่งให้เปลี่ยนแปลงตัวเจ้าหน้าที่หรือลูกเรือและสั่งตั้งบุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่ทดแทนได้ ยิ่งไปกว่านั้นในข้อ 7.เอ ยังมีข้อความระบุว่าบริษัทไดฟ์ไทด์ จำกัด มีหน้าที่จัดหาและจ่ายเสบียงอาหาร ค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้แก่นายเรือ เจ้าหน้าที่และลูกเรือด้วยตนเอง จำเลยร่วมไม่มีส่วนรับผิดในค่าใช้จ่ายเหล่านั้นด้วย คงรับผิดชอบชำระค่าเรือให้แก่บริษัทไดฟไทด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเท่านั้น ลูกเรือของเรือเฮอริเทจเซอร์วิสและจำเลยทั้งห้าจึงไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยร่วม จำเลยร่วมไม่จำต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกเรือดังกล่าวด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องจำเลยร่วม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กำพล ภู่สุดแสวง-ปดารณี ลัดพลี-แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธ์) ศาลจังหวัดสงขลา - นายศุภชัย ฟูจิตร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายอรรณพ จุฬาพิมพ์พันธิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1740/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ185/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ384/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572059
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสงขลา",
        "judge": "นายศุภชัย ฟูจิตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายอรรณพ จุฬาพิมพ์พันธิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977032"
    }
}
date
2557
deka_no
8174/2557
deka_running_no
8174
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 425"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาวาตรีศราวุธ สังขปรีชา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอ็ม เอ็มลอจิสติคส์ จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชดใช้เงิน 1,030,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทนิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยทั้งห้า ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของโจทก์และจำเลยทั้งห้าให้เป็นพับ

จำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยร่วมเสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์และจำเลยร่วมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้เช่าเรือเฮอริเทจเซอร์วิสจากบริษัทไดฟไทด์ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของเรือลำดังกล่าวต้องรับผิดในความประมาทเลินเล่อที่ลูกเรือกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าเหมาเรือลงวันที่ 21 มกราคม 2553 ข้อ 6 เอ, ซีและดีมีใจความโดยสรุปว่า การเช่าเรือครั้งนี้จำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้เช่าเรือมุ่งหมายเอาผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินการของบริษัทไดฟไทด์ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของเรือ นายเรือและเจ้าหน้าที่ในการเดินเรือเป็นสำคัญ ส่วนการเดินเรือและการจัดการเกี่ยวกับเรือไม่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยร่วม แต่เป็นอำนาจโดยเด็ดขาดของบริษัทไดฟไทด์ จำกัด นายเรือและเจ้าหน้าที่ในการเดินเรือที่จะพิจารณาและตัดสินใจ เพื่อให้การเดินเรือมีความปลอดภัย หากจำเลยร่วมไม่พอใจในการปฏิบัติงานของเรือ เจ้าหน้าที่หรือลูกเรือคนใด จำเลยร่วมไม่มีอำนาจที่จะสั่งการสั่งให้หยุดงานหรือเปลี่ยนตัวนายเรือ เจ้าหน้าที่หรือลูกเรือคนใดได้โดยลำพัง แต่ต้องร้องเรียนต่อนายเรือเพื่อให้นายเรือดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน หากผลการสอบสวนเป็นไปตามคำร้องเรียนของจำเลยร่วม นายเรือก็จะสั่งให้เปลี่ยนแปลงตัวเจ้าหน้าที่หรือลูกเรือและสั่งตั้งบุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่ทดแทนได้ ยิ่งไปกว่านั้นในข้อ 7.เอ ยังมีข้อความระบุว่าบริษัทไดฟ์ไทด์ จำกัด มีหน้าที่จัดหาและจ่ายเสบียงอาหาร ค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้แก่นายเรือ เจ้าหน้าที่และลูกเรือด้วยตนเอง จำเลยร่วมไม่มีส่วนรับผิดในค่าใช้จ่ายเหล่านั้นด้วย คงรับผิดชอบชำระค่าเรือให้แก่บริษัทไดฟไทด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเท่านั้น ลูกเรือของเรือเฮอริเทจเซอร์วิสและจำเลยทั้งห้าจึงไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยร่วม จำเลยร่วมไม่จำต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกเรือดังกล่าวด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องจำเลยร่วม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ185/2554
primary_red_case_no
พ384/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000332.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1740/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557