คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6197/2557 ฉบับเต็ม

#572063
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6197/2557 นายฟอวาซ เซ็คซ์ โจทก์ นางสาวนันทาหรือสุนันทาหรือลิปดา แซ่ลิ้มหรือจักรคชาพล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แม้โจทก์อุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่จำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเสียด้วย ซึ่งพอแปลได้ว่า จำเลยเห็นว่าที่ดินพิพาทมิได้เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมา ดังนี้ คดีจึงมีประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ศาลต้องยกขึ้นวินิจฉัยด้วยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันหรือเป็นทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงยังฟังไม่ยุติ ประเด็นในชั้นอุทธรณ์ในส่วนนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีไม่ใช่การอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายจึงไม่อาจอนุญาตให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามส่วนของโจทก์ที่มีอยู่รวมกับทรัพย์มรดก หากไม่สามารถแบ่งแยกให้ได้ให้จำเลยนำทรัพย์สินพิพาททั้งหมดรวมทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ตามส่วน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท กับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจำนวน 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ในกรณีที่ไม่มีคู่ความอื่นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 223 และจำเลยอุทธรณ์มิได้คัดค้านคำร้องดังกล่าวต่อศาลภายในกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ แต่คดีนี้แม้โจทก์อุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเสียด้วย ซึ่งพอแปลได้ว่า จำเลยเห็นว่าที่ดินพิพาททั้ง 44 แปลง มิได้เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมา ดังนี้ คดีจึงมีประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ศาลต้องยกขึ้นวินิจฉัยด้วยว่าที่ดินพิพาททั้ง 44 แปลง เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันหรือเป็นทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงยังฟังไม่ยุติ ประเด็นในชั้นอุทธรณ์ในส่วนนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาต่อไป (สมชาย สินเกษม-ปริญญา ดีผดุง-ศรีอัมพร ศาลิคุปต์) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายรุ่งโรจน์ ไวปัญญา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2746/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ230/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ121/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572063
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายรุ่งโรจน์ ไวปัญญา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977587"
    }
}
date
2557
deka_no
6197/2557
deka_running_no
6197
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย สินเกษม",
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายฟอวาซ เซ็คซ์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวนันทาหรือสุนันทาหรือลิปดา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "แซ่ลิ้มหรือจักรคชาพล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามส่วนของโจทก์ที่มีอยู่รวมกับทรัพย์มรดก หากไม่สามารถแบ่งแยกให้ได้ให้จำเลยนำทรัพย์สินพิพาททั้งหมดรวมทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ตามส่วน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท กับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจำนวน 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ในกรณีที่ไม่มีคู่ความอื่นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 223 และจำเลยอุทธรณ์มิได้คัดค้านคำร้องดังกล่าวต่อศาลภายในกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ แต่คดีนี้แม้โจทก์อุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเสียด้วย ซึ่งพอแปลได้ว่า จำเลยเห็นว่าที่ดินพิพาททั้ง 44 แปลง มิได้เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมา ดังนี้ คดีจึงมีประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ศาลต้องยกขึ้นวินิจฉัยด้วยว่าที่ดินพิพาททั้ง 44 แปลง เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันหรือเป็นทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงยังฟังไม่ยุติ ประเด็นในชั้นอุทธรณ์ในส่วนนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
พ230/2554
primary_red_case_no
พ121/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000337.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2746/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557