คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8366/2557 ฉบับเต็ม

#572075
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8366/2557 นายสุรินทร์ ลิมปานนท์ ผู้ร้อง นางสมศรี กาญจนาลัย ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 132, มาตรา 142 ผู้ร้องถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไป การเป็นผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ร้องไม่อาจรับมรดกความกันได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะต้องวินิจฉัยปัญหาตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องอีก ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงเป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสุรินทร์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับเป็นว่า ให้ตั้งนางสมศรี ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แก้คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้อง เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องได้ถึงแก่ความตายไปแล้วในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไปและการเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้ร้องไม่อาจรับมรดกความกันได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะต้องวินิจฉัยปัญหาตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำคัดค้าน และอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไม่ชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (ประยูร ณ ระนอง-นายอุดม สิทธิวิวัชธรรม-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายชูดิษฐ์ ตันทวีวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.4208/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ714/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1004/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572075
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเก็ต",
        "judge": "นายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายชูดิษฐ์ ตันทวีวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977020"
    }
}
date
2557
deka_no
8366/2557
deka_running_no
8366
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "นายอุดม สิทธิวิวัชธรรม",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 132",
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุรินทร์ ลิมปานนท์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นางสมศรี กาญจนาลัย"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสุรินทร์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับเป็นว่า ให้ตั้งนางสมศรี ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางขิมหรือเฉ่งซิม ผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แก้คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้อง เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องได้ถึงแก่ความตายไปแล้วในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไปและการเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้ร้องไม่อาจรับมรดกความกันได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะต้องวินิจฉัยปัญหาตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำคัดค้าน และอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไม่ชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ714/2553
primary_red_case_no
พ1004/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000332.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.4208/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557