คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2557 ฉบับเต็ม

#572103
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2557 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายดลภูเดช เดชะธนาธิษณ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 360 ป.ที่ดิน มาตรา 9 (1), มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่นแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเป็นทางเดินเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 เพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้รับโอนเท่านั้น ไม่ปรากฏว่ามีการจดทะเบียนแบ่งแยกยกให้เป็นทางสาธารณะ แม้บุคคลทั่วไปจะใช้สัญจรไปมาได้ ทางที่กันไว้ก็ไม่ใช่ทางสาธารณะ เมื่อจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำบนทางเดินดังกล่าวในที่ดินของจำเลยซึ่งไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยย่อมไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 360 และ ป.ที่ดิน มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9, 108 ทวิ กับให้จำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำออกจากถนนสาธารณะดังกล่าว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรคสอง เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานทำให้เสียหายหรือเสื่อมค่าซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำออกจากถนนสาธารณะดังกล่าว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 41936 ตำบลพระปฐมเจดีย์ (สระน้ำจัน) อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์) จังหวัดนครปฐม ของนางวาสนา ผู้เสียหาย และที่ดินโฉนดเลขที่ 53774 ตำบลพระปฐมเจดีย์ (สระน้ำจัน) อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ของจำเลย กับที่ดินอีกหลายแปลงเดิมเป็นที่ดินแปลงใหญ่แปลงเดียวกัน ขณะแบ่งแยกได้ตกลงเว้นทางเดินเข้าออกภายในที่ดินทุกแปลงเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 53774 ของจำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่น แบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 แต่ที่ดินที่กันไว้ดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้ที่รับโอนเท่านั้น แต่ไม่ปรากฏว่ามีการจดทะเบียนแบ่งแยกยกให้เป็นทางสาธารณะ แม้บุคคลทั่วไปจะใช้สัญจรไปมาได้ ทางที่กันไว้จึงไม่ใช่ทางสาธารณะ เมื่อจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำในที่ดินของจำเลยซึ่งไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-วิรุฬห์ แสงเทียน-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลจังหวัดนครปฐม - นายชุมพล กาญจนะ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชูเกียรติ ดิลกแพทย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5326/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ794/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1060/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
572103
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครปฐม",
        "judge": "นายชุมพล กาญจนะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายชูเกียรติ ดิลกแพทย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977149"
    }
}
date
2557
deka_no
7536/2557
deka_running_no
7536
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 360"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 9 (1)",
            "ม. 108 ทวิ วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายดลภูเดช เดชะธนาธิษณ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9, 108 ทวิ กับให้จำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำออกจากถนนสาธารณะดังกล่าว

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรคสอง เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานทำให้เสียหายหรือเสื่อมค่าซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำออกจากถนนสาธารณะดังกล่าว

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 41936 ตำบลพระปฐมเจดีย์ (สระน้ำจัน) อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์) จังหวัดนครปฐม ของนางวาสนา ผู้เสียหาย และที่ดินโฉนดเลขที่ 53774 ตำบลพระปฐมเจดีย์ (สระน้ำจัน) อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ของจำเลย กับที่ดินอีกหลายแปลงเดิมเป็นที่ดินแปลงใหญ่แปลงเดียวกัน ขณะแบ่งแยกได้ตกลงเว้นทางเดินเข้าออกภายในที่ดินทุกแปลงเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 53774 ของจำเลย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่น แบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 แต่ที่ดินที่กันไว้ดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้ที่รับโอนเท่านั้น แต่ไม่ปรากฏว่ามีการจดทะเบียนแบ่งแยกยกให้เป็นทางสาธารณะ แม้บุคคลทั่วไปจะใช้สัญจรไปมาได้ ทางที่กันไว้จึงไม่ใช่ทางสาธารณะ เมื่อจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตและท่อระบายน้ำในที่ดินของจำเลยซึ่งไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ794/2552
primary_red_case_no
อ1060/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000333.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5326/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557