คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1186/2558 ฉบับเต็ม

#574885
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1186/2558 บริษัทเอเซีย อินเตอร์ เม็ททัล จำกัด โจทก์ นายจีรัชญ์กร จิรนันท์จิราธิป จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 199 จัตวา, มาตรา 199 เบญจ จำเลยยื่นคำร้องว่า การส่งหมายของพนักงานเดินหมายด้วยวิธีปิดหมาย กฎหมายกำหนดให้ระยะเวลามากขึ้นเพิ่มเติมออกไปอีก 15 วัน เมื่อเจ้าพนักงานส่งหมายเรียกคดีมโนสาเร่ให้แก่จำเลยโดยวิธีการปิดหมายวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 กรณีจึงต้องให้ระยะเวลาแก่จำเลยสามารถยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ตามที่ระบุในหมายเรียก ศาลมีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยให้โจทก์นำพยานเข้าสืบไปฝ่ายเดียว และรอฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าว เท่ากับจำเลยอ้างว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมหรือที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องการส่งคำคู่ความ จึงเป็นการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 มิใช่คำร้องเพื่อขอใช้สิทธิ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 ตรี จัตวา และเบญจ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 120,180 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยด้วยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ก่อนวันนัดพิจารณาเพียง 13 วัน การปิดหมายยังไม่มีผล แต่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 อันเป็นวันนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและพิจารณาพิพากษาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งและอนุญาตให้จำเลยพิจารณาคดีใหม่ โดยให้จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งจำเลยได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้ว จำเลยจะต้องมาให้การในวันนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 193 การที่ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและมีคำพิพากษาจึงไม่ใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และไม่มีเหตุให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำร้องของจำเลยเป็นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องว่า การส่งหมายของพนักงานเดินหมายด้วยวิธีปิดหมาย กฎหมายกำหนดให้ระยะเวลามากขึ้นเพิ่มเติมออกไปอีก 15 วัน เมื่อมีการปิดหมายวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 กรณีจึงต้องให้ระยะเวลาแก่จำเลยสามารถยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ตามที่ระบุในหมายเรียก ศาลมีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยให้โจทก์นำพยานเข้าสืบไปฝ่ายเดียว และรอฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าว เท่ากับจำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานส่งหมายเรียกคดีมโนสาเร่ให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งการส่งหมายโดยวิธีการดังกล่าวจะมีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดสิบห้าวันได้ล่วงพ้นไปแล้วนับตั้งแต่เวลาที่หมายเรียกคดีมโนสาเร่ได้ปิดไว้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โดยให้โจทก์นำพยานเข้าสืบไปฝ่ายเดียว และรอฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการยกข้ออ้างว่าการส่งหมายเรียกคดีมโนสาเร่ให้แก่จำเลยยังไม่มีผลใช้ได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องการส่งคำคู่ความ คำร้องของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 มิใช่คำร้องเพื่อขอใช้สิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 ตรี จัตวา และเบญจ ดังที่จำเลยฎีกา เมื่อจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวเกินกว่าแปดวันนับแต่วันที่จำเลยได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลเหตุแห่งข้ออ้างนั้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-ทวีศักดิ์ ทองภักดี-เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์) ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นางสาวศศิเพ็ญ จันทโสภีพันธ์ ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3895/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม1679/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม1977/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
574885
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตลิ่งชัน",
        "judge": "นางสาวศศิเพ็ญ จันทโสภีพันธ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973652"
    }
}
date
2558
deka_no
1186/2558
deka_running_no
1186
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 199 จัตวา",
            "ม. 199 เบญจ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอเซีย อินเตอร์ เม็ททัล จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจีรัชญ์กร จิรนันท์จิราธิป"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 120,180 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยด้วยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ก่อนวันนัดพิจารณาเพียง 13 วัน การปิดหมายยังไม่มีผล แต่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 อันเป็นวันนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและพิจารณาพิพากษาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งและอนุญาตให้จำเลยพิจารณาคดีใหม่ โดยให้จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งจำเลยได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้ว จำเลยจะต้องมาให้การในวันนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 193 การที่ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและมีคำพิพากษาจึงไม่ใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และไม่มีเหตุให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำร้องของจำเลยเป็นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องว่า การส่งหมายของพนักงานเดินหมายด้วยวิธีปิดหมาย กฎหมายกำหนดให้ระยะเวลามากขึ้นเพิ่มเติมออกไปอีก 15 วัน เมื่อมีการปิดหมายวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 กรณีจึงต้องให้ระยะเวลาแก่จำเลยสามารถยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ตามที่ระบุในหมายเรียก ศาลมีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยให้โจทก์นำพยานเข้าสืบไปฝ่ายเดียว และรอฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าว เท่ากับจำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานส่งหมายเรียกคดีมโนสาเร่ให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งการส่งหมายโดยวิธีการดังกล่าวจะมีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดสิบห้าวันได้ล่วงพ้นไปแล้วนับตั้งแต่เวลาที่หมายเรียกคดีมโนสาเร่ได้ปิดไว้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โดยให้โจทก์นำพยานเข้าสืบไปฝ่ายเดียว และรอฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการยกข้ออ้างว่าการส่งหมายเรียกคดีมโนสาเร่ให้แก่จำเลยยังไม่มีผลใช้ได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องการส่งคำคู่ความ คำร้องของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 มิใช่คำร้องเพื่อขอใช้สิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 ตรี จัตวา และเบญจ ดังที่จำเลยฎีกา เมื่อจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวเกินกว่าแปดวันนับแต่วันที่จำเลยได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลเหตุแห่งข้ออ้างนั้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม1679/2556
primary_red_case_no
ม1977/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000303.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3895/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558