คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10864/2557 ฉบับเต็ม

#575242
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10864/2557 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายชัยญาหรือฟ้า อินทร์โพสา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง, มาตรา 215, มาตรา 225 ป.อ. มาตรา 277, มาตรา 317 แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปบริเวณรูทวารหนักและใช้อวัยวะเพศของจำเลยถูไถบริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อสนองความใคร่ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม แต่การกระทำชำเราตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสอง บัญญัติให้หมายความถึงการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น ฉะนั้นการกระทำของจำเลยไม่ว่าจะกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม ก็เป็นการกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว อีกทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกาจึงลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 แต่สำหรับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารนั้น จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ออกจากบ้านบอลที่เล่นอยู่ไปที่บริเวณลูกกรงเหล็กที่กั้นสำหรับกันคนตก แล้วจึงใช้นิ้วแหย่อวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 จำเลยเพียงเพื่อหาสถานที่ปลอดคนที่จะล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายที่ 1 ได้โดยสะดวกและไม่มีใครรู้เห็นมากกว่าที่จะมีเจตนาพรากผู้เสียหายที่ 1 ไปจากผู้ปกครอง และการกระทำของจำเลยก็ยังอยู่ในบริเวณสวนสนุกนั้นเอง ทั้งใช้เวลาไม่นาน การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 317 วรรคสาม จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กหญิงไม่ยินยอม จำคุก 12 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 22 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับความผิดที่กระทำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาคำเบิกความและคำให้การของผู้เสียหายทั้งสองด้วยความระมัดระวังแล้ว พยานโจทก์ยังรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 จำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุและใช้นิ้วมือชุบเจลหรือแอลกอฮอล์แหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ในช่วงที่ผู้เสียหายที่ 1 เล่นอยู่ในสวนสนุกตามลำพัง อันเป็นการกระทำชำเราต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กไม่ยินยอมเพื่อสนองความใคร่ของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายที่ 1 อายุเพียง 6 ปีเศษ หากจำเลยใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายแล้วจะทำให้อวัยวะเพศของเสียหายที่ 1 ฉีกขาด แม้ผู้เสียหายที่ 1 จะไปพบแพทย์หลังเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน ก็น่าจะมีร่องรอยของการฉีกขาดอยู่บ้างนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในรูทวารหนักและใช้อวัยวะเพศของจำเลยถูไถบริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 มิใช่ใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 และทางนำสืบพยานโจทก์ก็ไม่มีผู้ใดเบิกความเช่นนั้น คงปรากฏจากรายงานการตรวจร่างกายของผู้เสียหายที่ 1 ว่า แคมใหญ่และแคมเล็กของผู้เสียหายที่ 1 มีอาการอักเสบแดง สอดคล้องกับคำฟ้องของโจทก์และรับฟังได้เพียงว่าจำเลยใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ตามที่วินิจฉัยแล้วางต้น เหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ในการยกฟ้องจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามฟ้องและทางนำสืบ และเห็นว่าข้อแตกต่างในคำเบิกความและคำให้การของผู้เสียหายที่ 2 ยังไม่ถึงขนาดเป็นข้อพิรุธที่ทำให้พยานปากนี้รับฟังประกอบคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ไม่ได้เสียเลย นอกจากนี้แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปบริเวณรูทวารหนักและใช้อวัยวะเพศของจำเลยถูไถบริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อสนองความใคร่ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม แต่การกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง บัญญัติให้หมายความถึงการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น ฉะนั้นการกระทำของจำเลยไม่ว่าจะกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม ก็เป็นการกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว อีกทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกาจึงลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 แต่สำหรับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารนั้น โจทก์มีผู้เสียหายที่ 1 เบิกความว่า จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ออกจากบ้านบอลที่เล่นอยู่ไปที่บริเวณลูกกรงเหล็กที่กั้นสำหรับกันคนตก แล้วจึงใช้นิ้วแหย่อวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 เห็นว่า จำเลยเพียงเพื่อหาสถานที่ปลอดคนที่จะล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายที่ 1 ได้โดยสะดวกและไม่มีใครรู้เห็นมากกว่าที่จะมีเจตนาพรากผู้เสียหายที่ 1 ไปจากผู้ปกครอง และการกระทำของจำเลยก็ยังอยู่ในบริเวณสวนสนุกนั้นเอง ทั้งใช้เวลาไม่นาน การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 (ไสลเกษ วัฒนพันธุ์-อภิรัตน์ ลัดพลี-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสิระพงษ์ จิระอิทธิศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชาตรี ศิริรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1454/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4307/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ330/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575242
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นายสิระพงษ์ จิระอิทธิศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายชาตรี ศิริรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976464"
    }
}
date
2557
deka_no
10864/2557
deka_running_no
10864
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ไสลเกษ วัฒนพันธุ์",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสอง",
            "ม. 215",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 277",
            "ม. 317"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัยญาหรือฟ้า อินทร์โพสา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 317 วรรคสาม

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กหญิงไม่ยินยอม จำคุก 12 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 22 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับความผิดที่กระทำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาคำเบิกความและคำให้การของผู้เสียหายทั้งสองด้วยความระมัดระวังแล้ว พยานโจทก์ยังรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 จำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุและใช้นิ้วมือชุบเจลหรือแอลกอฮอล์แหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ในช่วงที่ผู้เสียหายที่ 1 เล่นอยู่ในสวนสนุกตามลำพัง อันเป็นการกระทำชำเราต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กไม่ยินยอมเพื่อสนองความใคร่ของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายที่ 1 อายุเพียง 6 ปีเศษ หากจำเลยใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายแล้วจะทำให้อวัยวะเพศของเสียหายที่ 1 ฉีกขาด แม้ผู้เสียหายที่ 1 จะไปพบแพทย์หลังเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน ก็น่าจะมีร่องรอยของการฉีกขาดอยู่บ้างนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในรูทวารหนักและใช้อวัยวะเพศของจำเลยถูไถบริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 มิใช่ใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 และทางนำสืบพยานโจทก์ก็ไม่มีผู้ใดเบิกความเช่นนั้น คงปรากฏจากรายงานการตรวจร่างกายของผู้เสียหายที่ 1 ว่า แคมใหญ่และแคมเล็กของผู้เสียหายที่ 1 มีอาการอักเสบแดง สอดคล้องกับคำฟ้องของโจทก์และรับฟังได้เพียงว่าจำเลยใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ตามที่วินิจฉัยแล้วางต้น เหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ในการยกฟ้องจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามฟ้องและทางนำสืบ และเห็นว่าข้อแตกต่างในคำเบิกความและคำให้การของผู้เสียหายที่ 2 ยังไม่ถึงขนาดเป็นข้อพิรุธที่ทำให้พยานปากนี้รับฟังประกอบคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ไม่ได้เสียเลย นอกจากนี้แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปบริเวณรูทวารหนักและใช้อวัยวะเพศของจำเลยถูไถบริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อสนองความใคร่ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม แต่การกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง บัญญัติให้หมายความถึงการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น ฉะนั้นการกระทำของจำเลยไม่ว่าจะกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม ก็เป็นการกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว อีกทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกาจึงลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 แต่สำหรับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารนั้น โจทก์มีผู้เสียหายที่ 1 เบิกความว่า จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ออกจากบ้านบอลที่เล่นอยู่ไปที่บริเวณลูกกรงเหล็กที่กั้นสำหรับกันคนตก แล้วจึงใช้นิ้วแหย่อวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 เห็นว่า จำเลยเพียงเพื่อหาสถานที่ปลอดคนที่จะล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายที่ 1 ได้โดยสะดวกและไม่มีใครรู้เห็นมากกว่าที่จะมีเจตนาพรากผู้เสียหายที่ 1 ไปจากผู้ปกครอง และการกระทำของจำเลยก็ยังอยู่ในบริเวณสวนสนุกนั้นเอง ทั้งใช้เวลาไม่นาน การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4307/2554
primary_red_case_no
อ330/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000327.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1454/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557