คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14704/2557 ฉบับเต็ม

#575243
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14704/2557 นายสมคิด เจริญสุข โจทก์ นางอัสนี เยิดยิ่ง จำเลย ป.อ. มาตรา 362, มาตรา 365 โจทก์และจำเลยยังนำสืบโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดินพิพาทกันอยู่ แม้โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 6869 แต่ก็รับว่าไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ส่วนจำเลยนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยได้สิทธิในที่ดินพิพาทมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยการส่งมอบการครอบครอง และมีกรณีฟ้องร้องเพราะเหตุที่มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2434 โดยไม่ชอบทับที่ดินของบุคคลอื่นอีกหลายคดี ซึ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์แบ่งแยกมาจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว เท่ากับจำเลยยืนยันโดยมีเหตุผลตามสมควรว่า จำเลยมีสิทธิครอบครอง เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวโต้แย้งกันทางแพ่ง จึงต้องรับฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) (3) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) (3) ประกอบมาตรา 362, 83 จำคุก 1 ปี 6 เดือนทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ เห็นว่า แม้สำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 6869 ระบุว่าโจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ทั้งโจทก์มีนายรัฐหรือธัชกร เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ยังมีผลตามกฎหมายและมิได้ถูกเพิกถอนก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากสำเนาคำสั่งกรมที่ดิน เรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีข้าราชการกระทำผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ปรากฏว่า มีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงกรณีที่ข้าราชการสำนักงานที่ดินร่วมมือกับนายณรงค์ และพวกนำที่ดินซึ่งนายไม มีสิทธิครอบครองอยู่ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่2434 ในชื่อตนเองแล้วนำไปขายได้เงินแบ่งปันกัน ซึ่งหากเป็นความจริงก็ต้องถือว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ทุกฉบับที่แบ่งแยกมาจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2434 เป็นเอกสารสิทธิที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์ไม่นำสืบข้อเท็จจริงให้เห็นได้เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏตามเอกสาร และโจทก์เบิกความด้วยว่าโจทก์ไม่เคยครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 6869 แต่อย่างใด ลำพังเพียงการที่โจทก์รังวัดแบ่งแยกที่ดินโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ยังมิใช่การกระทำอันถือได้ว่าเป็นการยึดถือครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดิน เมื่อจำเลยนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยได้สิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยการส่งมอบการครอบครอง และมีกรณีฟ้องร้องเพราะเหตุที่มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2434 โดยมิชอบทับที่ดินของบุคคลอื่นอีกหลายคดี รวมทั้งคดีที่มีการฟ้องนายเติม ต่อศาลชั้นต้นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ฉบับดังกล่าว เท่ากับจำเลยยืนยันโดยมีเหตุผลตามสมควรว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองอันเป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวโต้แย้งกันในทางแพ่ง จึงต้องรับฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (เมทินี ชโลธร-ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล-สุพจน์ กิตติรักษนนท์) ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายจงจิต เพชรจันทร์กัน ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1802/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ376/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3451/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575243
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี",
        "judge": "นายจงจิต เพชรจันทร์กัน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975442"
    }
}
date
2557
deka_no
14704/2557
deka_running_no
14704
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "เมทินี ชโลธร",
    "ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล",
    "สุพจน์ กิตติรักษนนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 362",
            "ม. 365"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมคิด เจริญสุข"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอัสนี เยิดยิ่ง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) (3)

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) (3) ประกอบมาตรา 362, 83 จำคุก 1 ปี 6 เดือนทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ เห็นว่า แม้สำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 6869 ระบุว่าโจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ทั้งโจทก์มีนายรัฐหรือธัชกร เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ยังมีผลตามกฎหมายและมิได้ถูกเพิกถอนก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากสำเนาคำสั่งกรมที่ดิน เรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีข้าราชการกระทำผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ปรากฏว่า มีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงกรณีที่ข้าราชการสำนักงานที่ดินร่วมมือกับนายณรงค์ และพวกนำที่ดินซึ่งนายไม มีสิทธิครอบครองอยู่ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่2434 ในชื่อตนเองแล้วนำไปขายได้เงินแบ่งปันกัน ซึ่งหากเป็นความจริงก็ต้องถือว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ทุกฉบับที่แบ่งแยกมาจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2434 เป็นเอกสารสิทธิที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์ไม่นำสืบข้อเท็จจริงให้เห็นได้เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏตามเอกสาร และโจทก์เบิกความด้วยว่าโจทก์ไม่เคยครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 6869 แต่อย่างใด ลำพังเพียงการที่โจทก์รังวัดแบ่งแยกที่ดินโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ยังมิใช่การกระทำอันถือได้ว่าเป็นการยึดถือครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดิน เมื่อจำเลยนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยได้สิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยการส่งมอบการครอบครอง และมีกรณีฟ้องร้องเพราะเหตุที่มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2434 โดยมิชอบทับที่ดินของบุคคลอื่นอีกหลายคดี รวมทั้งคดีที่มีการฟ้องนายเติม ต่อศาลชั้นต้นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ฉบับดังกล่าว เท่ากับจำเลยยืนยันโดยมีเหตุผลตามสมควรว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองอันเป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวโต้แย้งกันในทางแพ่ง จึงต้องรับฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ376/2554
primary_red_case_no
อ3451/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000318.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1802/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557