คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13841/2557 ฉบับเต็ม

#575250
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13841/2557 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายเอกชัยหรือชัย เลาหมี่ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกตลอดชีวิต จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาโดยไม่ได้อุทธรณ์ว่ามิได้กระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่า คดีจำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเสียก่อนว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดหรือไม่ ถือได้ว่าคดีได้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง แล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คำพิพากษาดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 มาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 368 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์มือถือของกลาง นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4381/2549 และหมายเลขดำที่ 4937/2549 ของศาลชั้นต้น และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4381/2549 และหมายเลขแดงที่ 4783/2549 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา (ที่ถูก ต้องระบุ มาตรา 80 ด้วย) มาตรา 83, 368 (ที่ถูก ต้องระบุวรรคแรกด้วย) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำคุก 10 วัน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นจำคุกตลอดชีวิต ฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงาน เป็นจำคุก 5 วัน จำเลยทั้งสองต้องโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต จึงกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4381/2549 ของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังมิได้พิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ และนับโทษของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4937/2549 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4783/2549 ของศาลชั้นต้น ตามลำดับนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลมิได้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกตลอดชีวิต จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา โดยไม่ได้อุทธรณ์ว่ามิได้กระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่าเป็นคดีที่ลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกตลอดชีวิต จึงได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดหรือไม่แล้วถือว่าคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสองแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้น ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 (พันวะสา บัวทอง-วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี-รังสรรค์ ดวงพัตรา) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางสาวนุชรัตน์ ประชาชนะชัย ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายกีรติ เชียงปวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2991/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2338/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ653/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575250
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นางสาวนุชรัตน์ ประชาชนะชัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายกีรติ เชียงปวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975665"
    }
}
date
2557
deka_no
13841/2557
deka_running_no
13841
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "พันวะสา บัวทอง",
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี",
    "รังสรรค์ ดวงพัตรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 245 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอกชัยหรือชัย เลาหมี่ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 368 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์มือถือของกลาง นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4381/2549 และหมายเลขดำที่ 4937/2549 ของศาลชั้นต้น และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4381/2549 และหมายเลขแดงที่ 4783/2549 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา (ที่ถูก ต้องระบุ มาตรา 80 ด้วย) มาตรา 83, 368 (ที่ถูก ต้องระบุวรรคแรกด้วย) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำคุก 10 วัน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นจำคุกตลอดชีวิต ฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงาน เป็นจำคุก 5 วัน จำเลยทั้งสองต้องโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต จึงกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4381/2549 ของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังมิได้พิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ และนับโทษของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4937/2549 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4783/2549 ของศาลชั้นต้น ตามลำดับนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลมิได้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ ริบของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกตลอดชีวิต จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา โดยไม่ได้อุทธรณ์ว่ามิได้กระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่าเป็นคดีที่ลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกตลอดชีวิต จึงได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดหรือไม่แล้วถือว่าคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสองแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้น ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2338/2550
primary_red_case_no
อ653/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000320.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2991/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557