คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16386/2557 ฉบับเต็ม

#575660
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16386/2557 บริษัทอาคเนย์ประกันภัย (2000) จำกัด โจทก์ ร้อยตำรวจตรีหรือนายไพบูลย์ จ้อยเจริญ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 442, มาตรา 880 วรรคหนึ่ง โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่ ว. ผู้นั่งโดยสารรถคันที่โจทก์รับประกันภัย แล้วรับช่วงสิทธิของ ว. มาไล่เบี้ยเอาจากผู้ต้องรับผิดจากการที่รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อเหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถคันที่โจทก์รับประกันและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้ ว. เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท โจทก์จึงรับช่วงสิทธิของ ว. มาเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท กรณีนี้มิได้นำบทบัญญัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 442 มาใช้บังคับกับ ว. แต่อย่างใด ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,387 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 137,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ชดใช้ให้นางสาววราภรณ์ไปครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2031 ฉะเชิงเทรา ไว้จากนางไฉน ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทพาณิชย์การประกันภัยจำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2701 ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2547 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ขับรถที่บริษัทพาณิชย์การประกันภัย จำกัด รับประกันภัยไว้ข้างต้น ไปตามถนนพนมสารคาม - สนามชัยเขต จากด้านอำเภอพนมสารคาม มุ่งหน้าไปทางอำเภอสนามชัยเขต เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนกาญจนาภิเษก ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำเลยที่ 1 เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางด้านขวา จึงเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ซึ่งแล่นตามมาในทิศทางเดียวกันทางด้านขวา โดยมีนายวีรยุทธเป็นผู้ขับและมีนางสาววราภรณ์โดยสารมาด้วย จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและนางสาววราภรณ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุที่รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โจทก์ชำระค่าซ่อมรถให้นางไฉน 225,000 บาท และชำระค่ารักษาพยาบาลให้นางสาววราภรณ์ 50,000 บาท คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์รับช่วงสิทธิจากนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้นำบทบัญญัติตามมาตรา 442 มาใช้บังคับกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนางสาววราภรณ์แต่อย่างใด นางสาววราภรณ์เป็นผู้โดยสารมาในรถที่นายวีรยุทธขับและโจทก์รับประกันภัยไว้ ดังนั้น โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงมีหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่นางสาววราภรณ์ แล้วรับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาไล่เบี้ยเอาจากผู้ต้องรับผิดจากการที่รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อเหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้นางสาววราภรณ์เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยให้โจทก์รับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วาสนา หงส์เจริญ -วิรุฬห์ แสงเทียน-ปิยกุล บุญเพิ่ม) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายวีระพล บุญอารีย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.461/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2569/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1602/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575660
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "นายวีระพล บุญอารีย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974862"
    }
}
date
2557
deka_no
16386/2557
deka_running_no
16386
deka_year
2557
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "วาสนา หงส์เจริญ",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 442",
            "ม. 880 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอาคเนย์ประกันภัย (2000) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ร้อยตำรวจตรีหรือนายไพบูลย์ จ้อยเจริญ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,387 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 137,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ชดใช้ให้นางสาววราภรณ์ไปครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2031 ฉะเชิงเทรา ไว้จากนางไฉน ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทพาณิชย์การประกันภัยจำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2701 ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2547 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ขับรถที่บริษัทพาณิชย์การประกันภัย จำกัด รับประกันภัยไว้ข้างต้น ไปตามถนนพนมสารคาม - สนามชัยเขต จากด้านอำเภอพนมสารคาม มุ่งหน้าไปทางอำเภอสนามชัยเขต เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนกาญจนาภิเษก ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำเลยที่ 1 เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางด้านขวา จึงเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ซึ่งแล่นตามมาในทิศทางเดียวกันทางด้านขวา โดยมีนายวีรยุทธเป็นผู้ขับและมีนางสาววราภรณ์โดยสารมาด้วย จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและนางสาววราภรณ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุที่รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โจทก์ชำระค่าซ่อมรถให้นางไฉน 225,000 บาท และชำระค่ารักษาพยาบาลให้นางสาววราภรณ์ 50,000 บาท

คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์รับช่วงสิทธิจากนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้นำบทบัญญัติตามมาตรา 442 มาใช้บังคับกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนางสาววราภรณ์แต่อย่างใด นางสาววราภรณ์เป็นผู้โดยสารมาในรถที่นายวีรยุทธขับและโจทก์รับประกันภัยไว้ ดังนั้น โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงมีหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่นางสาววราภรณ์ แล้วรับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาไล่เบี้ยเอาจากผู้ต้องรับผิดจากการที่รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อเหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้นางสาววราภรณ์เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยให้โจทก์รับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2569/2548
primary_red_case_no
พ1602/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000313.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.461/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557