คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13577/2557 ฉบับเต็ม

#575674
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13577/2557 นางสาวณัฐนันท์ ทองใย โจทก์ กาตาร์แอร์เวย์ จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 (1), มาตรา 33 แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 (1) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่สำนักงานของจำเลย แม้จะให้โจทก์ไปทำงานบนเครื่องบินของจำเลยซึ่งมีเส้นทางการบินทั้งในและต่างประเทศ ก็ย่อมถือได้ว่าสำนักงานของจำเลยอันเป็นสถานที่สำคัญจ้างซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานของจำเลยตั้งอยู่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 หาจำต้องนำคดีไปฟ้องยังศาลแห่งประเทศกาตาร์แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 3 เดือน เป็นเงินจำนวน 210,913.56 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 1 เดือน เป็นเงินบาทจำนวน 70,304.52 บาท และจำเลยได้หักเงินประกันจากเงินเดือนของโจทก์ตามข้อผูกพันสัญญาการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินประกันค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จำเลยจึงต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 57,358 บาท ต้องคืนเงินที่หักประกันที่หักเป็นเงินบาทจำนวน 14,460 บาท โจทก์ขอคิดรักษาพยาบาลเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลิกจ้างจำนวน 500,000 บาท และโจทก์ยังคงมีทรัพย์สินหลายรายการตกค้างอยู่ที่ประเทศกาตาร์ เช่น กระเป๋าเดินทาง เครื่องประดับส่วนตัว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีราคารวม 50,000 บาท จึงขอให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวคืนโจทก์หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน โจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเวลา 5 ปี เป็นเงินบาท จำนวน 4,218,271.20 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งสิ้น 5,121,307.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และทางพิจารณาของศาลแรงงานกลางฟังได้ว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่สำนักงานของจำเลยซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 36/26 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2552 จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลในข้อ 16 ว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 (1) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่สำนักงานของจำเลย แม้จะให้โจทก์ไปทำงานบนเครื่องบินของจำเลยซึ่งมีเส้นทางการบินทั้งในและต่างประเทศ ก็ย่อมถือได้ว่าสำนักงานของจำเลยอันเป็นสถานที่ทำสัญญาจ้างซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานของจำเลยตั้งอยู่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 หาจำต้องนำคดีไปฟ้องยังศาลแห่งประเทศกาตาร์แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางแล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนประเด็นข้อพิพาทอื่นศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยมาให้ครบถ้วน จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นที่ยังมิได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี (บูรณ์ ฐาปนดุลย์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร) ศาลแรงงานกลาง - นายชาติชาย กิติสารศักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.483/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5919/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1295/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575674
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายชาติชาย กิติสารศักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975777"
    }
}
date
2557
deka_no
13577/2557
deka_running_no
13577
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "บูรณ์ ฐาปนดุลย์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 8 (1)",
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวณัฐนันท์ ทองใย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กาตาร์แอร์เวย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 3 เดือน เป็นเงินจำนวน 210,913.56 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 1 เดือน เป็นเงินบาทจำนวน 70,304.52 บาท และจำเลยได้หักเงินประกันจากเงินเดือนของโจทก์ตามข้อผูกพันสัญญาการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินประกันค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จำเลยจึงต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 57,358 บาท ต้องคืนเงินที่หักประกันที่หักเป็นเงินบาทจำนวน 14,460 บาท โจทก์ขอคิดรักษาพยาบาลเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลิกจ้างจำนวน 500,000 บาท และโจทก์ยังคงมีทรัพย์สินหลายรายการตกค้างอยู่ที่ประเทศกาตาร์ เช่น กระเป๋าเดินทาง เครื่องประดับส่วนตัว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีราคารวม 50,000 บาท จึงขอให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวคืนโจทก์หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน โจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเวลา 5 ปี เป็นเงินบาท จำนวน 4,218,271.20 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งสิ้น 5,121,307.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และทางพิจารณาของศาลแรงงานกลางฟังได้ว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่สำนักงานของจำเลยซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 36/26 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2552 จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2552

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลในข้อ 16 ว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 (1) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่สำนักงานของจำเลย แม้จะให้โจทก์ไปทำงานบนเครื่องบินของจำเลยซึ่งมีเส้นทางการบินทั้งในและต่างประเทศ ก็ย่อมถือได้ว่าสำนักงานของจำเลยอันเป็นสถานที่ทำสัญญาจ้างซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานของจำเลยตั้งอยู่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 หาจำต้องนำคดีไปฟ้องยังศาลแห่งประเทศกาตาร์แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางแล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนประเด็นข้อพิพาทอื่นศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยมาให้ครบถ้วน จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อน

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นที่ยังมิได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5919/2552
primary_red_case_no
พ1295/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000321.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.483/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557