คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2558 ฉบับเต็ม

#575680
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2558 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายเศรษฐาหรือฐา สมยืน กับพวก จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 18, มาตรา 19 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 57, 91 และริบรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนรถยนต์ของกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ยกคำร้อง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับรถยนต์ของกลางไปดูแลรักษาในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยมีหลักประกัน ซึ่งศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง การที่ผู้ร้องฎีกาขอรับรถยนต์ของกลางไปดูแลรักษา จึงอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุดและมาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ขออนุญาตฎีกาฟัง เพื่อขอให้พิจารณารับฎีกาไว้วินิจฉัยก็ได้ เมื่อผู้ร้องไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด การที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 57, 91 และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 9034 ยโสธร ของกลาง ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ของกลางในฐานะผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์ที่ริบเมื่อล่วงพ้นหนึ่งปีนับแต่คดีที่ศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์ถึงที่สุด จึงล่วงเลยเวลาที่กฎหมายอนุญาต ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ของกลางและเก็บไว้ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นเวลาเกือบ 2 ปี เครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความเสื่อมโทรมอย่างมาก ผู้ร้องขอรับรถยนต์ของกลางไปดูแลรักษาในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยมีหลักประกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์ของกลางคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 85/1 ได้ ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจึงอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ด้วย ซึ่งมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า "ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยมิชักช้า และภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 16 และมาตรา 19 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุด" และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แล้ว คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ขออนุญาตฎีกาฟัง เพื่อขอให้พิจารณารับฎีกาไว้วินิจฉัยก็ได้" ดังนี้ เมื่อผู้ร้องฎีกาโดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาผู้ร้อง (นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี-สมยศ เข็มทอง-ปกรณ์ มหรรณพ) ศาลจังหวัดยโสธร - นายยุทธนา รังสีกาญจน์ส่อง ศาลอุทธรณ์ - นางสาวขวัญชีวี เสียงสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ72/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ขค2/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ขค1/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575680
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นายยุทธนา รังสีกาญจน์ส่อง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวขวัญชีวี เสียงสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973759"
    }
}
date
2558
deka_no
1048/2558
deka_running_no
1048
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พุทธศักราช 2550",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 19"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเศรษฐาหรือฐา สมยืน กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 57, 91 และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 9034 ยโสธร ของกลาง ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ของกลางในฐานะผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์ที่ริบเมื่อล่วงพ้นหนึ่งปีนับแต่คดีที่ศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์ถึงที่สุด จึงล่วงเลยเวลาที่กฎหมายอนุญาต ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ของกลางและเก็บไว้ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นเวลาเกือบ 2 ปี เครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความเสื่อมโทรมอย่างมาก ผู้ร้องขอรับรถยนต์ของกลางไปดูแลรักษาในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยมีหลักประกัน

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์ของกลางคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 85/1 ได้ ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจึงอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ด้วย ซึ่งมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า "ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยมิชักช้า และภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 16 และมาตรา 19 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุด" และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แล้ว คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ขออนุญาตฎีกาฟัง เพื่อขอให้พิจารณารับฎีกาไว้วินิจฉัยก็ได้" ดังนี้ เมื่อผู้ร้องฎีกาโดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
ขค2/2556
primary_red_case_no
ขค1/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000304.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ72/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558