คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2558 ฉบับเต็ม

#575699
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2558 นิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส โจทก์ นางสาวพิชญา บุญเมือง จำเลย ป.อ. มาตรา 358 พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 35, มาตรา 36 (4) โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มี ธ. เป็นผู้จัดการ ธ. จึงเป็นผู้แทนของโจทก์ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 35 ประกอบมาตรา 36 (4) มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีแทนโจทก์ คำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทำให้เอกสารของโจทก์เสียหาย อันเป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีแทนโจทก์เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ ไม่ใช่เป็นการฟ้องตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์ จึงไม่ต้องได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการและ/หรือที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมตามข้อบังคับดังกล่าว โจทก์มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงทรัพย์สินที่เสียหายเพียงเล็กน้อย จำเลยกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ประกอบกับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมในนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์ มีอาชีพและที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดถึงต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรปรานี เห็นสมควรรอการกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี เพื่อให้จำเลยได้รู้สึกสำนึกถึงการกระทำและกลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีนายธนอรรถเป็นผู้จัดการ นายธนอรรถจึงเป็นผู้แทนของโจทก์ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 35 ประกอบมาตรา 36 (4) และมีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีแทนนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส เมื่อฟ้องโจทก์เป็นกรณีที่อ้างว่าจำเลยทำให้เอกสารของโจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่ใช่เป็นการฟ้องร้องตามข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส หากแต่เป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีแทนนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลสเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่นิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการและ/หรือที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมตามข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส ดังที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี-สมยศ เข็มทอง-ปกรณ์ มหรรณพ) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางชญากุญช์ เพชรทองภูนพ ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ทรัพย์แสง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.53/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ127/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1322/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
575699
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นางชญากุญช์ เพชรทองภูนพ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประพันธ์ ทรัพย์แสง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973530"
    }
}
date
2558
deka_no
1355/2558
deka_running_no
1355
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 358"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 35",
            "ม. 36 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวพิชญา บุญเมือง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงทรัพย์สินที่เสียหายเพียงเล็กน้อย จำเลยกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ประกอบกับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมในนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์ มีอาชีพและที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดถึงต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรปรานี เห็นสมควรรอการกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี เพื่อให้จำเลยได้รู้สึกสำนึกถึงการกระทำและกลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีนายธนอรรถเป็นผู้จัดการ นายธนอรรถจึงเป็นผู้แทนของโจทก์ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 35 ประกอบมาตรา 36 (4) และมีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีแทนนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส เมื่อฟ้องโจทก์เป็นกรณีที่อ้างว่าจำเลยทำให้เอกสารของโจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่ใช่เป็นการฟ้องร้องตามข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส หากแต่เป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีแทนนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลสเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่นิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการและ/หรือที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมตามข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดสุภาพงษ์เพลส ดังที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ127/2556
primary_red_case_no
อ1322/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000302.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.53/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558