คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19416/2557 ฉบับเต็ม

#578317
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19416/2557 นางไฮดีปาร์ค เจริญพร โจทก์ มูลนิธิเพื่อการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติไทย-จีน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) คดีก่อนโจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและมีคำขอเรียกเงินที่เกี่ยวเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอันเป็นค่าเสียหายที่มีมูลหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับการเลิกจ้าง คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าตอบแทนที่โจทก์ทำงานในตำแหน่งเลขานุการผู้อำนวยการโรงเรียนและค่าเสียหายที่จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ อันเป็นค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเมื่อโจทก์ปฏิบัติงานให้แก่จำเลย จึงเป็นสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ต่างรายกัน คำฟ้องคดีนี้จึงไม่ใช่ฟ้องซ้อนคดีก่อน ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 130, 531, 232 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ สป.198/2551 ของศาลแรงงานกลางหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อนโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและมีคำขอเรียกเงินจากจำเลยหลายรายการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นผลที่เกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โดยมิได้มีคำขอเรียกค่าเสียหายเป็นค่าตอบแทนที่โจทก์ทำงานในตำแหน่งเลขานุการผู้อำนวยการโรงเรียนและค่าเสียหายที่จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งค่าเสียหายทั้งสองประเภทดังกล่าวถือได้ว่าเป็นค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติงานให้แก่จำเลยอันแตกต่างจากในคดีก่อนซึ่งเป็นค่าเสียหายที่มีมูลหนี้หรือสิทธิเรียกร้องอันเกี่ยวกับการเลิกจ้างกรณีจึงเป็นสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ต่างรายกัน คำฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงมิใช่ฟ้องซ้อนกับคดีก่อนอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1)ดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนโดยจำเลยยังไม่ให้การ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาและเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่ให้จำเลยยื่นคำให้การแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (สุนทร ทรงฤกษ์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สป874/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สป742/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
578317
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974238"
    }
}
date
2557
deka_no
19416/2557
deka_running_no
19416
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "สุนทร ทรงฤกษ์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 173 วรรคสอง (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางไฮดีปาร์ค เจริญพร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "มูลนิธิเพื่อการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติไทย-จีน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 130, 531, 232 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลย

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ สป.198/2551 ของศาลแรงงานกลางหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อนโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและมีคำขอเรียกเงินจากจำเลยหลายรายการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นผลที่เกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โดยมิได้มีคำขอเรียกค่าเสียหายเป็นค่าตอบแทนที่โจทก์ทำงานในตำแหน่งเลขานุการผู้อำนวยการโรงเรียนและค่าเสียหายที่จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งค่าเสียหายทั้งสองประเภทดังกล่าวถือได้ว่าเป็นค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติงานให้แก่จำเลยอันแตกต่างจากในคดีก่อนซึ่งเป็นค่าเสียหายที่มีมูลหนี้หรือสิทธิเรียกร้องอันเกี่ยวกับการเลิกจ้างกรณีจึงเป็นสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ต่างรายกัน คำฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงมิใช่ฟ้องซ้อนกับคดีก่อนอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1)ดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนโดยจำเลยยังไม่ให้การ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาและเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่ให้จำเลยยื่นคำให้การแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
สป874/2552
primary_red_case_no
สป742/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000308.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557