คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16390/2557 ฉบับเต็ม

#579632
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16390/2557 นายจำลอง ศรีภิรมย์ โจทก์ นายสำรวย พูลปั้น กับพวก จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา เมื่อประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเข้ามาใหม่เป็นคดีผู้บริโภคภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้การโอนคดีไปลงสารบบความคดีผู้บริโภคของศาลชั้นต้นจะสามารถกระทำได้ เพียงแต่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้นก็ตาม แต่โจทก์ก็ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีผู้บริโภคภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด และจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำให้การต่อสู้ในคดีดังกล่าวแล้ว จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ทั้งเมื่อคดีมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภคย่อมเกิดความสะดวกในการพิจารณาพิพากษา และเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้บริโภคมากกว่าการดำเนินคดีแพ่งทั่วไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดีผู้บริโภค จึงเป็นคำสั่งที่มิได้ขัดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง มิฉะนั้นให้นำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ก่อนวันสืบพยาน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ศาลชั้นต้นจึงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 8 ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีของโจทก์เป็นคดีผู้บริโภค ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องคดีเข้ามาใหม่เป็นคดีผู้บริโภคภายในกำหนด 1 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องใหม่เป็นคดีผู้บริโภคภายใน 1 เดือน เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ได้กำหนดวิธีพิจารณาคดี กระบวนการดำเนินคดี ค่าฤชาธรรมเนียม รวมทั้งเงื่อนไขในการอุทธรณ์ฎีกาไว้แตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป และจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำฟ้องคดีนี้ไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 19 มิถุนายน 2555 แสดงว่าจำเลยทั้งสองพิจารณาแล้วเห็นว่า หากคดีนี้ได้มีการพิจารณาคดีเป็นคดีผู้บริโภค จำเลยทั้งสองย่อมได้รับประโยชน์มากกว่า ต่อมาปรากฏว่าประธานศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ตามคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าเพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี ให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีผู้บริโภคใหม่ภายใน 1 เดือน เนื่องจากหากโอนคดีนี้ไปลงสารบบความคดีผู้บริโภคอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการคดีของศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2555 แม้การโอนคดีนี้ไปลงสารบบความคดีผู้บริโภคของศาลชั้นต้นจะสามารถกระทำได้ เพียงแต่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้นเท่านั้นก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีผู้บริโภคเข้ามาใหม่ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ ผบ.68/2556 ของศาลชั้นต้น และจำเลยทั้งสองก็ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีเข้ามาในคดีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด และเมื่อคดีนี้มีการดำเนินคดีเป็นคดีผู้บริโภคย่อมทำให้เกิดความสะดวกในการพิจารณาพิพากษา และเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้บริโภคมากกว่าการดำเนินคดีแพ่งทั่วไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไปแล้วให้โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดีผู้บริโภค จึงเป็นคำสั่งที่มิได้ขัดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นการใช้ดุลพินิจชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์-ชาติชาย อัครวิบูลย์-กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสมยศ อรุณศรีโสภณ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางอัจฉรา วรวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา 111/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย71/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย109/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579632
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นายสมยศ อรุณศรีโสภณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางอัจฉรา วรวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974861"
    }
}
date
2557
deka_no
16390/2557
deka_running_no
16390
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ชาติชาย อัครวิบูลย์",
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายจำลอง ศรีภิรมย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสำรวย พูลปั้น กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง มิฉะนั้นให้นำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ก่อนวันสืบพยาน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ศาลชั้นต้นจึงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 8

ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีของโจทก์เป็นคดีผู้บริโภค

ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องคดีเข้ามาใหม่เป็นคดีผู้บริโภคภายในกำหนด 1 เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ฟ้องใหม่เป็นคดีผู้บริโภคภายใน 1 เดือน เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ได้กำหนดวิธีพิจารณาคดี กระบวนการดำเนินคดี ค่าฤชาธรรมเนียม รวมทั้งเงื่อนไขในการอุทธรณ์ฎีกาไว้แตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป และจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำฟ้องคดีนี้ไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 19 มิถุนายน 2555 แสดงว่าจำเลยทั้งสองพิจารณาแล้วเห็นว่า หากคดีนี้ได้มีการพิจารณาคดีเป็นคดีผู้บริโภค จำเลยทั้งสองย่อมได้รับประโยชน์มากกว่า ต่อมาปรากฏว่าประธานศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ตามคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าเพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี ให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไป แล้วให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีผู้บริโภคใหม่ภายใน 1 เดือน เนื่องจากหากโอนคดีนี้ไปลงสารบบความคดีผู้บริโภคอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการคดีของศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2555 แม้การโอนคดีนี้ไปลงสารบบความคดีผู้บริโภคของศาลชั้นต้นจะสามารถกระทำได้ เพียงแต่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้นเท่านั้นก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นโดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีผู้บริโภคเข้ามาใหม่ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ ผบ.68/2556 ของศาลชั้นต้น และจำเลยทั้งสองก็ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีเข้ามาในคดีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 จึงเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด และเมื่อคดีนี้มีการดำเนินคดีเป็นคดีผู้บริโภคย่อมทำให้เกิดความสะดวกในการพิจารณาพิพากษา และเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้บริโภคมากกว่าการดำเนินคดีแพ่งทั่วไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความคดีแพ่งทั่วไปแล้วให้โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดีผู้บริโภค จึงเป็นคำสั่งที่มิได้ขัดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นการใช้ดุลพินิจชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ย71/2554
primary_red_case_no
ย109/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000313.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
111/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557