คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16097/2557 ฉบับเต็ม

#579696
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16097/2557 นายศิริศักดิ์ ลิ้มภักดี กับพวก โจทก์ นางสาวโสภิตา ธรรมสังคีติ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 331, มาตรา 492 วรรคหนึ่ง ได้ความว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการขายฝาก โจทก์ทั้งสองพยายามติดต่อจำเลยแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ย่อมถือว่าเป็นการแสดงเจตนาปฏิเสธบอกปัดไม่ยอมรับการไถ่ถอนหรือไม่ยอมรับชำระหนี้อยู่ในตัว กรณีจึงมีเหตุให้โจทก์ทั้งสองใช้สิทธิวางทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 331 เมื่อโจทก์ทั้งสองวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา โดยมีหลักฐานแคชเชียร์เช็คลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 จ่ายสำนักงานบังคับคดีจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ซึ่งเป็นวันที่ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาไถ่ถอน นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 ยังได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 โจทก์ที่ 1 นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินตามสัญญาขายฝากซึ่งครบกำหนดแล้ว แต่จำเลยไม่มาตามนัดและไม่สามารถติดต่อได้ ตามรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน การแจ้งความเป็นหลักฐานระบุเวลา 17.15 นาฬิกา อันเป็นเวลาที่ทางราชการปิดทำการแล้ว จึงเป็นข้อบ่งชี้ว่าโจทก์ทั้งสองดำเนินการตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสำนักงานบังคับคดีและวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 โจทก์ทั้งสองนำแคชเชียร์เช็คฉบับดังกล่าวที่สั่งจ่ายแก่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา ไปวางทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานวางทรัพย์ที่สำนักงานบังคับคดีโดยมีบันทึกรายงานเจ้าพนักงานเป็นหลักฐาน ยิ่งเป็นข้อชี้ชัดว่าโจทก์ทั้งสองมีเงินสินไถ่ พร้อมที่จะชำระให้แก่จำเลยตามสัญญาขายฝากในวันครบกำหนดจริง พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าโจทก์ทั้งสองผู้ขายฝากพร้อมที่จะไถ่ถอนได้ภายในกำหนดแล้ว ส่วนการจะนำแคชเชียร์เช็คไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์หรือวางแล้วถอนคืนไป ก็มิใช่กรณีที่นำมาวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้มีสิทธิไถ่คืน การวางทรัพย์เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้ขายฝากมีเงินสินไถ่มาทำการไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 492 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือผู้ไถ่ได้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้" ในกรณีวางทรัพย์บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้โจทก์ทั้งสองผู้ไถ่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อฝากพร้อมกับสินไถ่ที่โจทก์ทั้งสองวางแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 10,000,000 บาท อันเป็นสินไถ่เท่าที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก จึงเป็นการใช้สิทธิไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากโดยชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปรับสินไถ่และจดทะเบียนไถ่ถอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27957 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จากการขายฝากพร้อมทั้งส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากและส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 27957 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โจทก์ทั้งสองทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่จำเลย เป็นเงิน 10,000,000 บาท ครบกำหนดไถ่ถอน ภายหลังมีการทำสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่ถอนออกไปอีก 2 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ตามโฉนดที่ดินหนังสือสัญญาขายฝากและหนังสือขอขยายกำหนดเวลาการไถ่ถอนการขายฝาก มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองได้ใช้สิทธิไถ่ที่ดินพิพาทที่ขายฝากคืนภายในกำหนดแล้วหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ได้ความว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด การขายฝาก โจทก์ทั้งสองพยายามติดต่อจำเลยแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ย่อมถือว่าเป็นการแสดงเจตนาปฏิเสธบอกปัดไม่ยอมรับการไถ่ถอนหรือไม่ยอมรับชำระหนี้อยู่ในตัว กรณีจึงมีเหตุให้โจทก์ทั้งสองใช้สิทธิวางทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 เมื่อโจทก์ทั้งสองวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา โดยมีหลักฐานแคชเชียร์เช็คลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 จ่ายสำนักงานบังคับคดีจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ซึ่งเป็นวันที่ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาไถ่ถอน นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 ยังได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 โจทก์ที่ 1 นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินตามสัญญาขายฝากซึ่งครบกำหนดแล้ว แต่จำเลยไม่มาตามนัดและไม่สามารถติดต่อได้ ตามรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน การแจ้งความเป็นหลักฐานระบุเวลา 17.15 นาฬิกา อันเป็นเวลาที่ทางราชการปิดทำการแล้ว จึงเป็นข้อบ่งชี้ว่าโจทก์ทั้งสองดำเนินการตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสำนักงานบังคับคดี และวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 โจทก์ทั้งสองนำแคชเชียร์เช็คฉบับดังกล่าวที่สั่งจ่ายแก่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา ไปวางทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานวางทรัพย์ ที่สำนักงานบังคับคดีโดยมีบันทึกรายงานเจ้าพนักงาน เป็นหลักฐานสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบ ยิ่งเป็นข้อชี้ชัดว่าโจทก์ทั้งสองมีเงินสินไถ่พร้อมที่จะชำระให้แก่จำเลยตามสัญญาขายฝากในวันครบกำหนดจริง พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าโจทก์ทั้งสองผู้ขายฝากพร้อมที่จะไถ่ถอนได้ภายในกำหนดแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองจึงมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลยฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองไปสำนักงานที่ดินและใช้สิทธิไถ่ที่ดินพิพาทจากจำเลยภายในกำหนดเวลาตามสัญญาขายฝากแล้ว ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ทั้งสองได้ถอนคืนเงินจากสำนักงานวางทรัพย์ถือว่าไม่ได้วางทรัพย์และไม่ประสงค์จะชำระหนี้แก่จำเลย นั้น เห็นว่า การไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากไม่ใช่ต้องไปดำเนินการที่สำนักงานวางทรัพย์ แต่ต้องไปทำการจดทะเบียนไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากไว้ ณ สำนักงานที่ดิน เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ทั้งสองไปยังสำนักงานที่ดินเพื่อใช้สิทธิไถ่ทรัพย์โดยมีเงินสินไถ่พร้อมที่จะชำระแก่จำเลยตามสัญญาขายฝากแล้ว ก็ถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองขอใช้สิทธิไถ่คืนภายในกำหนดโดยชอบแล้ว การจะนำแคชเชียร์เช็คไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์หรือวางแล้วถอนคืนไป ก็มิใช่กรณีที่นำมาวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้ใช้สิทธิไถ่คืน การวางทรัพย์เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้ขายฝากมีเงินสินไถ่มาทำการไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองนำแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ไปวางทรัพย์คงมีแต่ค่าสินไถ่ ไม่มีค่าฤชาธรรมเนียมการขายฝากซึ่งโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ไถ่จะต้องใช้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อฝากพร้อมสินไถ่ด้วยนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือผู้ไถ่ได้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้" ในกรณีวางทรัพย์บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้โจทก์ทั้งสองผู้ไถ่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อฝากพร้อมกับสินไถ่ ที่โจทก์ทั้งสองวางแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 10,000,000 บาท อันเป็นสินไถ่เท่าที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากจึงเป็นการใช้สิทธิไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากโดยชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรับค่าสินไถ่จำนวนเงิน 10,000,000 บาท และให้จำเลยไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 27957 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนไถ่ถอน ให้โจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายรับผิดและส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว-มานัส เหลืองประเสริฐ) ศาลจังหวัดพัทยา - นางสาวภัสราพร เจริญสวามิภักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.4139/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1515/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ905/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579696
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นางสาวภัสราพร เจริญสวามิภักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974976"
    }
}
date
2557
deka_no
16097/2557
deka_running_no
16097
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 331",
            "ม. 492 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายศิริศักดิ์ ลิ้มภักดี กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวโสภิตา ธรรมสังคีติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปรับสินไถ่และจดทะเบียนไถ่ถอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27957 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จากการขายฝากพร้อมทั้งส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากและส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 27957 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โจทก์ทั้งสองทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่จำเลย เป็นเงิน 10,000,000 บาท ครบกำหนดไถ่ถอน ภายหลังมีการทำสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่ถอนออกไปอีก 2 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ตามโฉนดที่ดินหนังสือสัญญาขายฝากและหนังสือขอขยายกำหนดเวลาการไถ่ถอนการขายฝาก

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองได้ใช้สิทธิไถ่ที่ดินพิพาทที่ขายฝากคืนภายในกำหนดแล้วหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ได้ความว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด การขายฝาก โจทก์ทั้งสองพยายามติดต่อจำเลยแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ย่อมถือว่าเป็นการแสดงเจตนาปฏิเสธบอกปัดไม่ยอมรับการไถ่ถอนหรือไม่ยอมรับชำระหนี้อยู่ในตัว กรณีจึงมีเหตุให้โจทก์ทั้งสองใช้สิทธิวางทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 เมื่อโจทก์ทั้งสองวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา โดยมีหลักฐานแคชเชียร์เช็คลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 จ่ายสำนักงานบังคับคดีจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ซึ่งเป็นวันที่ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาไถ่ถอน นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 ยังได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 โจทก์ที่ 1 นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินตามสัญญาขายฝากซึ่งครบกำหนดแล้ว แต่จำเลยไม่มาตามนัดและไม่สามารถติดต่อได้ ตามรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน การแจ้งความเป็นหลักฐานระบุเวลา 17.15 นาฬิกา อันเป็นเวลาที่ทางราชการปิดทำการแล้ว จึงเป็นข้อบ่งชี้ว่าโจทก์ทั้งสองดำเนินการตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสำนักงานบังคับคดี และวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 โจทก์ทั้งสองนำแคชเชียร์เช็คฉบับดังกล่าวที่สั่งจ่ายแก่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา ไปวางทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานวางทรัพย์ ที่สำนักงานบังคับคดีโดยมีบันทึกรายงานเจ้าพนักงาน เป็นหลักฐานสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบ ยิ่งเป็นข้อชี้ชัดว่าโจทก์ทั้งสองมีเงินสินไถ่พร้อมที่จะชำระให้แก่จำเลยตามสัญญาขายฝากในวันครบกำหนดจริง พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าโจทก์ทั้งสองผู้ขายฝากพร้อมที่จะไถ่ถอนได้ภายในกำหนดแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองจึงมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลยฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองไปสำนักงานที่ดินและใช้สิทธิไถ่ที่ดินพิพาทจากจำเลยภายในกำหนดเวลาตามสัญญาขายฝากแล้ว ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ทั้งสองได้ถอนคืนเงินจากสำนักงานวางทรัพย์ถือว่าไม่ได้วางทรัพย์และไม่ประสงค์จะชำระหนี้แก่จำเลย นั้น เห็นว่า การไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากไม่ใช่ต้องไปดำเนินการที่สำนักงานวางทรัพย์ แต่ต้องไปทำการจดทะเบียนไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากไว้ ณ สำนักงานที่ดิน เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ทั้งสองไปยังสำนักงานที่ดินเพื่อใช้สิทธิไถ่ทรัพย์โดยมีเงินสินไถ่พร้อมที่จะชำระแก่จำเลยตามสัญญาขายฝากแล้ว ก็ถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองขอใช้สิทธิไถ่คืนภายในกำหนดโดยชอบแล้ว การจะนำแคชเชียร์เช็คไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์หรือวางแล้วถอนคืนไป ก็มิใช่กรณีที่นำมาวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้ใช้สิทธิไถ่คืน การวางทรัพย์เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้ขายฝากมีเงินสินไถ่มาทำการไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองนำแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ไปวางทรัพย์คงมีแต่ค่าสินไถ่ ไม่มีค่าฤชาธรรมเนียมการขายฝากซึ่งโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ไถ่จะต้องใช้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อฝากพร้อมสินไถ่ด้วยนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือผู้ไถ่ได้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้" ในกรณีวางทรัพย์บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้โจทก์ทั้งสองผู้ไถ่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อฝากพร้อมกับสินไถ่ ที่โจทก์ทั้งสองวางแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 10,000,000 บาท อันเป็นสินไถ่เท่าที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากจึงเป็นการใช้สิทธิไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากโดยชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรับค่าสินไถ่จำนวนเงิน 10,000,000 บาท และให้จำเลยไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 27957 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนไถ่ถอน ให้โจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายรับผิดและส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1515/2554
primary_red_case_no
พ905/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000314.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.4139/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557