คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5002/2557 ฉบับเต็ม

#579700
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5002/2557 ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางอัจฉราวรรณ เก้าเอี้ยน ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นางพยอม เพ็ชร์ดี และในฐานะส่วนตัว กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/12, มาตรา 193/30, มาตรา 1754 วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องกรณีผู้ให้เช่าซื้อเรียกให้ผู้เช่าซื้อชดใช้ค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกรณีผู้เช่าซื้อประพฤติผิดสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 เริ่มนับเมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง มิใช่นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าเสียหายเมื่อนำรถที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาด ค่าขาดราคารถที่เช่าซื้อ และค่าขาดประโยชน์กฎหมายมิได้บัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม ที่บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้าหนี้มรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกกรณีที่ผู้เช่าซื้อเป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้น เมื่อโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อรู้ถึงความตายของผู้เช่าซื้อแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2548 ย่อมต้องอยู่ภายใต้บัญญัติดังกล่าว ที่โจทก์ต้องฟ้องเรียกค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าซื้อภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้ถึงความตายดังกล่าว หรือภายในสิบปีนับแต่ผู้เช่าซื้อถึงแก่ความตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสี่ เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิเรียกในกำหนดเวลาดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น ชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 258,359.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงยุติโดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า วันที่ 10 มิถุนายน 2546 นางพยอม ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ มีจำเลยทั้งสองทำสัญญาค้ำประกันโดยยอมรับผิดร่วมกับนางพยอมอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน ต่อมานางพยอมผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวด ติดต่อกัน โจทก์มีหนังสือทวงถามให้นางพยอมและจำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระแล้ว แต่นางพยอม และจำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้องนางพยอมและจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 โจทก์รู้ถึงความตายของนางพยอมต่อมาจำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน โจทก์รับไปแล้วและถอนฟ้องนางพยอมและจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขดำที่ 9986/2547 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2549 โจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาด และฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 เกิน 1 ปี นับแต่รู้ถึงความตายของนางพยอม มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้ผู้เช่าซื้อชดใช้ค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการที่ใช้รถยนต์ได้นับแต่วันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้มิใช่นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าเสียหายเมื่อได้มีการนำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดดังที่โจทก์ฎีกา สำหรับค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์กฎหมายมิได้บัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความทั่วไป ตามมาตรา 193/30 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้นางพยอมชำระหนี้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุด แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้นถึงแก่ความตาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า โจทก์ได้รู้ถึงความตายของนางพยอมเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 จึงต้องฟ้องเรียกค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ภายในหนึ่งปี นับแต่ได้รู้ถึงความตายของนางพยอม ตามมาตรา 1754 วรรคสาม โจทก์ไม่อาจฟ้องคดีภายในสิบปีนับแต่เมื่อนางพยอม เจ้ามรดกตายตามมาตรา 1754 วรรคสี่ ดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุนันท์ ชัยชูสอน-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-สุทธินันท์ เสียมสกุล) ศาลแขวงพระนครใต้ - นายเนติภูมิ มายสกุล ศาลอุทธรณ์ - นายวรพจน์ วัชรางค์กุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.314/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม8988/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม6760/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579700
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครใต้",
        "judge": "นายเนติภูมิ มายสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวรพจน์ วัชรางค์กุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977926"
    }
}
date
2557
deka_no
5002/2557
deka_running_no
5002
deka_year
2557
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "สุนันท์ ชัยชูสอน",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/12",
            "ม. 193/30",
            "ม. 1754"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางอัจฉราวรรณ เก้าเอี้ยน ในฐานะผู้จัดการมรดกของ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางพยอม เพ็ชร์ดี และในฐานะส่วนตัว กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 258,359.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงยุติโดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า วันที่ 10 มิถุนายน 2546 นางพยอม ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ มีจำเลยทั้งสองทำสัญญาค้ำประกันโดยยอมรับผิดร่วมกับนางพยอมอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน ต่อมานางพยอมผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวด ติดต่อกัน โจทก์มีหนังสือทวงถามให้นางพยอมและจำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระแล้ว แต่นางพยอม และจำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้องนางพยอมและจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 โจทก์รู้ถึงความตายของนางพยอมต่อมาจำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน โจทก์รับไปแล้วและถอนฟ้องนางพยอมและจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขดำที่ 9986/2547 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2549 โจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาด และฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 เกิน 1 ปี นับแต่รู้ถึงความตายของนางพยอม

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้ผู้เช่าซื้อชดใช้ค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการที่ใช้รถยนต์ได้นับแต่วันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้มิใช่นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าเสียหายเมื่อได้มีการนำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดดังที่โจทก์ฎีกา สำหรับค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์กฎหมายมิได้บัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความทั่วไป ตามมาตรา 193/30 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้นางพยอมชำระหนี้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุด แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้นถึงแก่ความตาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า โจทก์ได้รู้ถึงความตายของนางพยอมเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 จึงต้องฟ้องเรียกค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ภายในหนึ่งปี นับแต่ได้รู้ถึงความตายของนางพยอม ตามมาตรา 1754 วรรคสาม โจทก์ไม่อาจฟ้องคดีภายในสิบปีนับแต่เมื่อนางพยอม เจ้ามรดกตายตามมาตรา 1754 วรรคสี่ ดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม8988/2549
primary_red_case_no
ม6760/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000340.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.314/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557