คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18162/2557 ฉบับเต็ม

#579710
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18162/2557 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนครศรีธรรมราช โจทก์ วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา โจทก์ร่วม นางสาวศศิชาหรืออ้อย สุบรรณ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 326 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 120, มาตรา 121 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 4, มาตรา 20 วิทยาลัย ฉ. ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ส่วนวิทยาลัย ฉ.ศูนย์นครศรีธรรมราชเป็นหน่วยงานหนึ่งของวิทยาลัย ฉ. อันเป็นการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของวิทยาลัย ฉ. ตามมาตรา 20 เท่านั้น ตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทวิทยาลัย ฉ.ศูนย์นครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งของวิทยาลัย ฉ. มีผลเป็นการหมิ่นประมาทวิทยาลัย ฉ.นั่นเอง วิทยาลัย ฉ. จึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ เมื่อ ส. อธิการบดีวิทยาลัย ฉ. ได้มอบอำนาจให้ บ. แจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว ถือว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวน และโจทก์จึงมีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120, 121 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นและเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคล วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคล เมื่อพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 20 บัญญัติว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนอาจจัดการศึกษาในสาขาวิชาใดนอกสถานที่ตั้งได้ รูปแบบ วิธีการจัด การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้ วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาศูนย์นครศรีธรรมราชจึงเป็นหน่วยงานหนึ่งของวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาที่เปิดสอนนักศึกษา อันเป็นการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาเท่านั้น ตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาศูนย์นครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งของวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา มีผลเป็นการหมิ่นประมาทวิทยาลัยเฉลิมกาญจนานั่นเอง วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำเบิกความของนางสาวเบญญรัศมิ์ พยานโจทก์และโจทก์ร่วม ผู้รับมอบอำนาจ และหนังสือมอบอำนาจว่า นางสุชีราภรณ์ อธิการบดีวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้มอบอำนาจให้นางสาวเบญญรัศมิ์แจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว ถือว่าวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวน และโจทก์จึงมีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 121 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้น เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย และหากศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว คดีอาจมีผลต่อการฎีกาของคู่ความตามกฎหมายได้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (ทวีศักดิ์ ทองภักดี-อดิศักดิ์ ปัตรวลี-เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์) ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นายสุวรรณ ทองเนื้อแข็ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายก่อเกียรติ สุพลพงษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1935/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2012/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ820/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579710
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายสุวรรณ ทองเนื้อแข็ง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายก่อเกียรติ สุพลพงษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974486"
    }
}
date
2557
deka_no
18162/2557
deka_running_no
18162
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 326"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 120",
            "ม. 121"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 20"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวศศิชาหรืออ้อย สุบรรณ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นและเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคล วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคล เมื่อพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 20 บัญญัติว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนอาจจัดการศึกษาในสาขาวิชาใดนอกสถานที่ตั้งได้ รูปแบบ วิธีการจัด การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้ วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาศูนย์นครศรีธรรมราชจึงเป็นหน่วยงานหนึ่งของวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาที่เปิดสอนนักศึกษา อันเป็นการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาเท่านั้น ตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาศูนย์นครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งของวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา มีผลเป็นการหมิ่นประมาทวิทยาลัยเฉลิมกาญจนานั่นเอง วิทยาลัยเฉลิมกาญจนาจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำเบิกความของนางสาวเบญญรัศมิ์ พยานโจทก์และโจทก์ร่วม ผู้รับมอบอำนาจ และหนังสือมอบอำนาจว่า นางสุชีราภรณ์ อธิการบดีวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้มอบอำนาจให้นางสาวเบญญรัศมิ์แจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว ถือว่าวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวน และโจทก์จึงมีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 121 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้น เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย และหากศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว คดีอาจมีผลต่อการฎีกาของคู่ความตามกฎหมายได้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2012/2554
primary_red_case_no
อ820/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000310.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1935/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557