คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5411/2558 ฉบับเต็ม

#579804
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5411/2558 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายราฮูมาน อับดุลลา โจทก์ร่วม พลทหารอาสาสมัครหรือนายวีรยุทธ หรือเอ งามเขียว กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 190, มาตรา 216 เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบอาวุธปืนของกลางแล้ว หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าศาลอุทธรณ์ริบอาวุธปืนของกลางโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ชอบที่จะใช้สิทธิฎีกาคำพิพากษาไปยังศาลฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 แต่จำเลยที่ 1 มิได้ใช้สิทธิดังกล่าวจนคดีถึงที่สุดไปแล้ว จึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลคืนอาวุธปืนของกลาง โดยอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่ปรากฏในคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังนี้ หากศาลฟังตามที่จำเลยที่ 1 อ้างในคำร้องดังกล่าวแล้ววินิจฉัยให้คืนอาวุธปืนของกลางแก่จำเลยที่ 1 ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 190 ที่ห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจากแก้ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี,371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบอาวุธปืน 2 กระบอก ค้อน 1 อัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 เครื่อง และกระเป๋าสะพาย 2 ใบ ของกลาง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งคืนทรัพย์ดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาริบอาวุธปืนตามที่โจทก์ขอริบ โดยศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วว่าคือปืนตามฟ้องทุกกระบอก อันหมายรวมถึงปืนที่จำเลยที่ 1 อ้างถึงในคำร้องฉบับนี้ด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจขอคืนอาวุธปืนดังกล่าวได้ ส่วนทรัพย์รายการอื่นนั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ขอให้ศาลริบมาในคำขอท้ายฟ้อง จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ต้องไปดำเนินการขอคืนทรัพย์ดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง (ที่ถูกต้องระบุ ให้ยกคำร้อง) จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า มีเหตุที่จะคืนอาวุธปืนพก กึ่งออโตเมติก ขนาด .45 ยี่ห้อซูตเตอร์ หมายเลขทะเบียน กก 53103625 เลขประจำปืน SH 450911 ของกลางให้จำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบอาวุธปืนของกลางแล้ว หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าศาลอุทธรณ์ริบอาวุธปืนของกลางโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ชอบที่จะใช้สิทธิฎีกาคำพิพากษาไปยังศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แต่จำเลยที่ 1 มิได้ใช้สิทธิดังกล่าวจนคดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลคืนอาวุธปืนของกลางให้แก่จำเลยที่ 1 โดยอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่ปรากฏในคำร้องของจำเลยที่ 1 ข้างต้น ดังนี้ หากศาลฟังตามที่จำเลยที่ 1 อ้างในคำร้องดังกล่าวแล้ววินิจฉัยให้คืนอาวุธปืนของกลางแก่จำเลยที่ 1 ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจากแก้ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (โสฬส สุวรรณเนตร์-นิพันธ์ ช่วยสกุล-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นางชมภู่ ใจเงินสุทธิ์ มากมณี ศาลอุทธรณ์ - นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.706/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1222/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3390/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579804
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นางชมภู่ ใจเงินสุทธิ์ มากมณี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971616"
    }
}
date
2558
deka_no
5411/2558
deka_running_no
5411
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "นิพันธ์ ช่วยสกุล",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 190",
            "ม. 216"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายราฮูมาน อับดุลลา"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "พลทหารอาสาสมัครหรือนายวีรยุทธ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือเอ งามเขียว กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี,371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบอาวุธปืน 2 กระบอก ค้อน 1 อัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 เครื่อง และกระเป๋าสะพาย 2 ใบ ของกลาง

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งคืนทรัพย์ดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาริบอาวุธปืนตามที่โจทก์ขอริบ โดยศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วว่าคือปืนตามฟ้องทุกกระบอก อันหมายรวมถึงปืนที่จำเลยที่ 1 อ้างถึงในคำร้องฉบับนี้ด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจขอคืนอาวุธปืนดังกล่าวได้ ส่วนทรัพย์รายการอื่นนั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ขอให้ศาลริบมาในคำขอท้ายฟ้อง จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ต้องไปดำเนินการขอคืนทรัพย์ดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง (ที่ถูกต้องระบุ ให้ยกคำร้อง)

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า มีเหตุที่จะคืนอาวุธปืนพก กึ่งออโตเมติก ขนาด .45 ยี่ห้อซูตเตอร์ หมายเลขทะเบียน กก 53103625 เลขประจำปืน SH 450911 ของกลางให้จำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบอาวุธปืนของกลางแล้ว หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าศาลอุทธรณ์ริบอาวุธปืนของกลางโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ชอบที่จะใช้สิทธิฎีกาคำพิพากษาไปยังศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แต่จำเลยที่ 1 มิได้ใช้สิทธิดังกล่าวจนคดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลคืนอาวุธปืนของกลางให้แก่จำเลยที่ 1 โดยอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่ปรากฏในคำร้องของจำเลยที่ 1 ข้างต้น ดังนี้ หากศาลฟังตามที่จำเลยที่ 1 อ้างในคำร้องดังกล่าวแล้ววินิจฉัยให้คืนอาวุธปืนของกลางแก่จำเลยที่ 1 ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจากแก้ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1222/2555
primary_red_case_no
อ3390/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000285.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.706/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558