คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2558 ฉบับเต็ม

#579812
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2558 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชัยศิลป์ ดีไซน์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 33 (1) พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 30, มาตรา 69 วรรคสอง โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย โดยนำเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายซึ่งมีผู้ทำซ้ำดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปบันทึกลงในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยทั้งสอง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าว โดยใช้วิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ และบรรยายฟ้องในข้อ 3 ว่า เจ้าพนักงานพบเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวซึ่งมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวในการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย เมื่อหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะทำการละเมิดงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดประกอบกันจึงจะสามารถทำซ้ำ ดัดแปลงงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ กรณีจึงต้องริบเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลาง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 30, 61, 69, 74, 75, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลาง และให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลางที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 30 (1) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 100,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 50,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองได้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำนวน 6 เครื่อง ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จ่ายเงินค่าปรับที่จำเลยที่ 1 ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีส่วนอื่นใดของเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากหน่วยความจำของเครื่องที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เป็นส่วนที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร จึงไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง นอกเหนือจากส่วนที่เป็นหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายตามฟ้องอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย โดยนำเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชื่อ AutoCAD 2007, AutoCAD 2009 และ Autodesk 3ds Max 2010 ของผู้เสียหายซึ่งมีผู้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปบันทึกลงในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยทั้งสองจำนวน 6 เครื่อง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ และได้บรรยายฟ้องในข้อ 3 ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานพบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ดังกล่าวซึ่งมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองได้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องในการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีส่วนอื่นใดของเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากหน่วยความจำของเครื่องที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เป็นส่วนที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร จึงไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง นั้น เมื่อหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะทำการละเมิดงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ ต้องอาศัยอุปกรณ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเช่นระบบประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบกันจึงจะสามารถทำซ้ำ ดัดแปลงงานดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ คำวินิจฉัยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดังกล่าวจึงไม่ชอบ ส่วนคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องดังกล่าวในการทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายด้วยวิธีการอย่างไร จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องหรือประสงค์ให้ลงโทษ ลำพังแต่การตรวจพบว่าในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ซึ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องของจำเลยทั้งสองยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 โดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยวิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง และมีคำขอให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง และจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง กรณีจึงไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (ประพาฬ อนมาน-นวลน้อย ผลทวี-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางสาวสุจินต์ เจนพาณิชพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(อ)156/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1694/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1685/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579812
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางสาวสุจินต์ เจนพาณิชพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973538"
    }
}
date
2558
deka_no
1322/2558
deka_running_no
1322
deka_year
2558
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "ประพาฬ อนมาน",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 30",
            "ม. 69 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชัยศิลป์ ดีไซน์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 30, 61, 69, 74, 75, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลาง และให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลางที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 30 (1) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 100,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 50,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 สำหรับจำเลยที่ 2 เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองได้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำนวน 6 เครื่อง ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จ่ายเงินค่าปรับที่จำเลยที่ 1 ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีส่วนอื่นใดของเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากหน่วยความจำของเครื่องที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เป็นส่วนที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร จึงไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง นอกเหนือจากส่วนที่เป็นหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายตามฟ้องอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย โดยนำเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชื่อ AutoCAD 2007, AutoCAD 2009 และ Autodesk 3ds Max 2010 ของผู้เสียหายซึ่งมีผู้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปบันทึกลงในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยทั้งสองจำนวน 6 เครื่อง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ และได้บรรยายฟ้องในข้อ 3 ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานพบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ดังกล่าวซึ่งมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำเลยทั้งสองได้ทำซ้ำ ดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องในการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีส่วนอื่นใดของเครื่องคอมพิวเตอร์นอกจากหน่วยความจำของเครื่องที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไว้เป็นส่วนที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร จึงไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง นั้น เมื่อหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะทำการละเมิดงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ ต้องอาศัยอุปกรณ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเช่นระบบประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบกันจึงจะสามารถทำซ้ำ ดัดแปลงงานดังกล่าวอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้ คำวินิจฉัยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดังกล่าวจึงไม่ชอบ

ส่วนคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องดังกล่าวในการทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายด้วยวิธีการอย่างไร จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องหรือประสงค์ให้ลงโทษ ลำพังแต่การตรวจพบว่าในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ซึ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องของจำเลยทั้งสองยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องในการทำซ้ำ ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 2 โดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่องเป็นอุปกรณ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยวิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง และมีคำขอให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง และจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง กรณีจึงไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาไม่ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 6 เครื่อง นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1694/2557
primary_red_case_no
อ1685/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000302.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(อ)156/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558