คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13302/2557 ฉบับเต็ม

#579817
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13302/2557 นายสุวิทย์ วิทยวิรานนท์ โจทก์ นางรัตนา มีแก้วหรือบุณยบุตร กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 286 (2) เงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการถือได้ว่าเป็นรายได้อื่นลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 286 (2) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 57135 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร และบ้านเลขที่ 8/71 และเลขที่ 8/72 กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 จนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในค่าเสียหายแต่ละเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 96,754 บาท กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องในเงินประจำตำแหน่งและเงินค่ารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบแล้วเห็นว่า เงินดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี จึงมีหนังสือรายงานต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการอายัดเงินดังกล่าวของจำเลยที่ 2 และขอให้มีคำสั่งเกี่ยวกับเงินที่ส่งมาแล้วว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแสดงบัญชีรายรับ - จ่าย ให้โจทก์หรือจ่ายคืนจำเลย โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เงินประจำตำแหน่งและค่ารถประจำตำแหน่งไม่ใช่เงินเดือนข้าราชการตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 มาตรา 12 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการจ่ายคืนเงินที่อายัดก่อนที่ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (2) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ " แม้เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน ตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 มาตรา 12 วรรคท้าย แต่การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตุลาการตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 7 เห็นได้ชัดว่าเป็นการกำหนดขึ้นตามตำแหน่งและชั้นเงินเดือนของข้าราชการตุลาการควบคู่ไปกับอัตราเงินเดือนแต่ละชั้นของข้าราชการตุลาการ ทำนองเดียวกับเงินเดือนที่มีจำนวนแน่นอนและปรับสูงขึ้นได้ตามชั้นเงินเดือนเมื่อได้รับการเลื่อนชั้น ทั้งการจ่ายก็มีลักษณะแน่นอนตายตัวและเป็นประจำทุกเดือนเช่นเดียวกับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตุลาการ ถือได้ว่าเป็นรายได้อื่นลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการประเด็นเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการนั้น เห็นว่า เงินค่าตอบแทนเป็นกรณีที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการตุลาการผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหรือผู้บริหาร แทนการจัดหารถประจำตำแหน่งที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งเพื่อให้นำไปจัดหารถยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติราชการของข้าราชการผู้นั้นให้เหมาะสมกับเกียรติและฐานะตำแหน่งราชการที่ดำรงอยู่ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง พ.ศ.2547 ข้อ 33 โดยมีอัตราค่าตอบแทนเหมาจ่ายกำหนดไว้เป็นการแน่นอนรายเดือนต่อคนเท่ากันทุกเดือนทำนองเดียวกับเงินเดือนตามบัญชีท้ายระเบียบ ทั้งข้อ 33 วรรคสอง ของระเบียบได้กำหนดวิธีการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลมอีกด้วย เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง ถือได้ว่าเป็นรายได้อื่นลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการ เงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการอายัดและคืนเงินที่อายัดของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งให้ถูกต้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-ธีระพงศ์ จิระภาค-ประมวญ รักศิลธรรม) ศาลแพ่ง - นางโชติพรรณ โชติวงศ์สุโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ1241/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1850/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3634/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579817
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางโชติพรรณ โชติวงศ์สุโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975888"
    }
}
date
2557
deka_no
13302/2557
deka_running_no
13302
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ประมวญ รักศิลธรรม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 286 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุวิทย์ วิทยวิรานนท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางรัตนา มีแก้วหรือบุณยบุตร กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 57135 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร และบ้านเลขที่ 8/71 และเลขที่ 8/72 กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 จนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในค่าเสียหายแต่ละเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 96,754 บาท กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องในเงินประจำตำแหน่งและเงินค่ารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบแล้วเห็นว่า เงินดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี จึงมีหนังสือรายงานต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการอายัดเงินดังกล่าวของจำเลยที่ 2 และขอให้มีคำสั่งเกี่ยวกับเงินที่ส่งมาแล้วว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแสดงบัญชีรายรับ - จ่าย ให้โจทก์หรือจ่ายคืนจำเลย

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เงินประจำตำแหน่งและค่ารถประจำตำแหน่งไม่ใช่เงินเดือนข้าราชการตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 มาตรา 12 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการจ่ายคืนเงินที่อายัดก่อนที่ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดให้แก่จำเลยที่ 2

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (2) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ " แม้เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน ตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 มาตรา 12 วรรคท้าย แต่การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตุลาการตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 7 เห็นได้ชัดว่าเป็นการกำหนดขึ้นตามตำแหน่งและชั้นเงินเดือนของข้าราชการตุลาการควบคู่ไปกับอัตราเงินเดือนแต่ละชั้นของข้าราชการตุลาการ ทำนองเดียวกับเงินเดือนที่มีจำนวนแน่นอนและปรับสูงขึ้นได้ตามชั้นเงินเดือนเมื่อได้รับการเลื่อนชั้น ทั้งการจ่ายก็มีลักษณะแน่นอนตายตัวและเป็นประจำทุกเดือนเช่นเดียวกับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตุลาการ ถือได้ว่าเป็นรายได้อื่นลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการประเด็นเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการนั้น เห็นว่า เงินค่าตอบแทนเป็นกรณีที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการตุลาการผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหรือผู้บริหาร แทนการจัดหารถประจำตำแหน่งที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งเพื่อให้นำไปจัดหารถยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติราชการของข้าราชการผู้นั้นให้เหมาะสมกับเกียรติและฐานะตำแหน่งราชการที่ดำรงอยู่ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง พ.ศ.2547 ข้อ 33 โดยมีอัตราค่าตอบแทนเหมาจ่ายกำหนดไว้เป็นการแน่นอนรายเดือนต่อคนเท่ากันทุกเดือนทำนองเดียวกับเงินเดือนตามบัญชีท้ายระเบียบ ทั้งข้อ 33 วรรคสอง ของระเบียบได้กำหนดวิธีการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลมอีกด้วย เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง ถือได้ว่าเป็นรายได้อื่นลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการ

เงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการอายัดและคืนเงินที่อายัดของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งให้ถูกต้อง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1850/2547
primary_red_case_no
พ3634/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000322.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ1241/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557