คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15866/2557 ฉบับเต็ม

#579862
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15866/2557 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุบลราชธานี โจทก์ นายกำพล ไชยสงคราม จำเลย ป.อ. มาตรา 95 (4) พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนดนั้นเกิดขึ้นเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันที่มีการให้กู้ยืมเงินด้วยการทำสัญญากันและจำเลยเรียกดอกเบี้ยจากผู้เสียหายเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด หาใช่ความผิดต่อเนื่องตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเลยยังคงเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราอยู่และผู้เสียหายแต่ละคนได้ผ่อนชำระดอกเบี้ยนั้นดังที่โจทก์ฎีกาไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 25 กันยายน 2551 เกินกว่า 5 ปี นับแต่วันกระทำผิดสำเร็จ จึงเป็นอันขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 95 (4) ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1447/2551 ของศาลจังหวัดอุบลราชธานี จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 3 (ก)) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 11 กระทง จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวมจำคุก 44 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1447/2551 ของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ยกฟ้องข้อ 1.4, 1.5, 1.7, 1.8, 1.9, 1.10, 1.11, 1.15 ถึง 1.24, 1.26, 1.27, 1.29 ถึง 1.31, 1.33, 1.34 และ 1.36 โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูง เขต 3 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า ความผิดตามฟ้องข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6, 1.7, 1.19, 1.20, 1.25, 1.29, 1.32, 1.36 และ ข้อ 1.9 ถึง 1.14, 1.17, 1.22, 1.23, 1.26, 1.28, 1.30, 1.34, 1.35 ขาดอายุความหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ไม่ใช่เป็นความผิดเฉพาะตอนทำสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น แต่เป็นความผิดต่อเนื่องตราบเท่าที่มีการผ่อนชำระดอกเบี้ยเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด หรือตราบเท่าที่จำเลยยังคงเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราอยู่นั่นเอง เมื่อนับถึงวันที่ผู้เสียหายแต่ละคนชำระดอกเบี้ยให้แก่จำเลยจนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 5 ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ เห็นว่า ความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนดนั้นเกิดขึ้นเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันที่มีการให้กู้ยืมเงินด้วยการทำสัญญากันและจำเลยเรียกดอกเบี้ยจากผู้เสียหายเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด หาใช่ความผิดต่อเนื่องตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเลยยังคงเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราอยู่และผู้เสียหายแต่ละคนได้ผ่อนชำระดอกเบี้ยนั้นดังที่โจทก์ฎีกาไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 25 กันยายน 2551 เกินกว่า 5 ปี นับแต่วันกระทำผิดสำเร็จ จึงเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (4) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สันต์ เกียรติก้อง-กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์-วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์) ศาลแขวงอุบลราชธานี - นายธวัช บัวพิทักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวิรัตน์ รีชัยพิชิตกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6520/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3662/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ479/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579862
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงอุบลราชธานี",
        "judge": "นายธวัช บัวพิทักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายวิรัตน์ รีชัยพิชิตกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975091"
    }
}
date
2557
deka_no
15866/2557
deka_running_no
15866
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สันต์ เกียรติก้อง",
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์",
    "วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 95 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกำพล ไชยสงคราม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1447/2551 ของศาลจังหวัดอุบลราชธานี

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 3 (ก)) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 11 กระทง จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวมจำคุก 44 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1447/2551 ของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ยกฟ้องข้อ 1.4, 1.5, 1.7, 1.8, 1.9, 1.10, 1.11, 1.15 ถึง 1.24, 1.26, 1.27, 1.29 ถึง 1.31, 1.33, 1.34 และ 1.36

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูง เขต 3 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า ความผิดตามฟ้องข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6, 1.7, 1.19, 1.20, 1.25, 1.29, 1.32, 1.36 และ ข้อ 1.9 ถึง 1.14, 1.17, 1.22, 1.23, 1.26, 1.28, 1.30, 1.34, 1.35 ขาดอายุความหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ไม่ใช่เป็นความผิดเฉพาะตอนทำสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น แต่เป็นความผิดต่อเนื่องตราบเท่าที่มีการผ่อนชำระดอกเบี้ยเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด หรือตราบเท่าที่จำเลยยังคงเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราอยู่นั่นเอง เมื่อนับถึงวันที่ผู้เสียหายแต่ละคนชำระดอกเบี้ยให้แก่จำเลยจนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 5 ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ เห็นว่า ความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนดนั้นเกิดขึ้นเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันที่มีการให้กู้ยืมเงินด้วยการทำสัญญากันและจำเลยเรียกดอกเบี้ยจากผู้เสียหายเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด หาใช่ความผิดต่อเนื่องตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเลยยังคงเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราอยู่และผู้เสียหายแต่ละคนได้ผ่อนชำระดอกเบี้ยนั้นดังที่โจทก์ฎีกาไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 25 กันยายน 2551 เกินกว่า 5 ปี นับแต่วันกระทำผิดสำเร็จ จึงเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (4) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3662/2551
primary_red_case_no
อ479/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000315.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6520/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557