คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14246/2557 ฉบับเต็ม

#579977
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14246/2557 บริษัทเกรท ออนเนสท์ จำกัด โจทก์ นายไมเคิล จอนห์ วิลเลี่ยม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 264 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท ไม่มีอำนาจฟ้อง ประเด็นที่พิพาทกันจึงมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ มิได้พิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการขอใช้น้ำประปา การที่จำเลยยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประปาส่วนภูมิภาคนำมิเตอร์น้ำประปามาติดตั้งที่บ้านพิพาทเช่นเดิมและขอให้ห้ามโจทก์มิให้ขัดขวางการขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปา จึงหาใช่เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะพิพากษาไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 41488 และ 41489 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และบ้านเลขที่ 386/82 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 30,000 บาท จนกว่าจะออกจากบ้านดังกล่าว จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์บ้านดังกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ถือกรรมสิทธิ์แทนนายแบร์รี่ จำเลยได้รับมอบหมายจากนายแบร์รี่ให้ดูแลบ้านดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้ไปแจ้งยกเลิกการใช้น้ำจากการการประปาส่วนภูมิภาค จำเลยคัดค้าน แต่การประปาส่วนภูมิภาคไม่ยินยอมจำเลยติดต่อขอใช้น้ำในนามของจำเลย การประปาส่วนภูมิภาคปฏิเสธ ขอให้มีคำสั่งให้การประปาส่วนภูมิภาคนำมิเตอร์น้ำประปาไปติดที่บ้านพิพาทและห้ามโจทก์มิให้ทำการขัดขวางการขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปาของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 เป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีนั้นได้รับความคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือเพื่อความสะดวกในการบังคับคดีตามคำพิพากษา ในคดีนี้โจทก์และจำเลยพิพาทกันเกี่ยวกับบ้านหลังพิพาท โดยโจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และเป็นผู้อนุญาตให้จำเลยพักอาศัย ส่วนจำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยอยู่อาศัยโดยอาศัยสิทธิของนายแบร์รี่ ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งผลของคดีถ้าโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีศาลย่อมมีคำบังคับให้จำเลยออกจากบ้านพิพาท แต่หากจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีศาลก็พิพากษายกฟ้องและมีผลให้จำเลยยังคงพักอาศัยในบ้านพิพาทได้ ดังนี้ แม้คำขอของจำเลยจะไม่เกี่ยวกับบ้านซึ่งเป็นทรัพย์พิพาทกันโดยตรง แต่ด้วยสภาวะปัจจุบันทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพักอาศัย หากปราศจากทั้งสองสิ่งย่อมเป็นการยากลำบากที่จะอยู่อาศัยได้ คำขอของจำเลยจึงเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์พิพาท เห็นควรมีคำสั่งห้ามโจทก์รบกวนการครอบครองบ้านพิพาทรวมถึงขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ในการที่จำเลยจะติดต่อขอใช้น้ำประปาหรือไฟฟ้าในระหว่างพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนการประปาส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะดำเนินการให้หรือไม่อย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดหรือระเบียบการปฏิบัติของหน่วยงานนั้น ๆ ศาลไม่อาจก้าวล่วงโดยมีคำสั่งให้หน่วยงานทั้งสองซึ่งมิใช่คู่ความในคดีปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามที่จำเลยขอได้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามโจทก์ขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ในการที่จำเลยจะติดต่อขอใช้น้ำประปาในระหว่างพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งในคำพิพากษา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะขอให้คุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 โดยให้ห้ามโจทก์ขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ในการที่จำเลยจะติดต่อขอใช้น้ำประปาในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยให้การต่อสู้โจทก์ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท ไม่มีอำนาจฟ้องประเด็นที่พิพาทกันจึงมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ มิได้พิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการขอใช้น้ำประปา การที่จำเลยยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประปาส่วนภูมิภาคนำมิเตอร์น้ำประปามาติดตั้งที่บ้านพิพาทเช่นเดิมและขอให้ห้ามโจทก์มิให้กระทำการขัดขวางการขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปา จึงหาใช่เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สินสิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะพิพากษาไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยระหว่างพิจารณาตามมาตรา 264 ส่วนการกระทำของโจทก์จะเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยหรือไม่ จะต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกคดีหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-พิศล พิรุณ-อนันต์ วงษ์ประภารัตน์) ศาลจังหวัดพัทยา - นายจารุชัย สุขพันธุ์ถาวร ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชาตรี ศิริรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ2631/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ372/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579977
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายจารุชัย สุขพันธุ์ถาวร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายชาตรี ศิริรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081975556"
    }
}
date
2557
deka_no
14246/2557
deka_running_no
14246
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "พิศล พิรุณ",
    "อนันต์ วงษ์ประภารัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 264"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเกรท ออนเนสท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไมเคิล จอนห์ วิลเลี่ยม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 41488 และ 41489 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และบ้านเลขที่ 386/82 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 30,000 บาท จนกว่าจะออกจากบ้านดังกล่าว จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์บ้านดังกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ถือกรรมสิทธิ์แทนนายแบร์รี่ จำเลยได้รับมอบหมายจากนายแบร์รี่ให้ดูแลบ้านดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้ไปแจ้งยกเลิกการใช้น้ำจากการการประปาส่วนภูมิภาค จำเลยคัดค้าน แต่การประปาส่วนภูมิภาคไม่ยินยอมจำเลยติดต่อขอใช้น้ำในนามของจำเลย การประปาส่วนภูมิภาคปฏิเสธ ขอให้มีคำสั่งให้การประปาส่วนภูมิภาคนำมิเตอร์น้ำประปาไปติดที่บ้านพิพาทและห้ามโจทก์มิให้ทำการขัดขวางการขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปาของจำเลย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 เป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีนั้นได้รับความคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือเพื่อความสะดวกในการบังคับคดีตามคำพิพากษา ในคดีนี้โจทก์และจำเลยพิพาทกันเกี่ยวกับบ้านหลังพิพาท โดยโจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และเป็นผู้อนุญาตให้จำเลยพักอาศัย ส่วนจำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยอยู่อาศัยโดยอาศัยสิทธิของนายแบร์รี่ ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งผลของคดีถ้าโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีศาลย่อมมีคำบังคับให้จำเลยออกจากบ้านพิพาท แต่หากจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีศาลก็พิพากษายกฟ้องและมีผลให้จำเลยยังคงพักอาศัยในบ้านพิพาทได้ ดังนี้ แม้คำขอของจำเลยจะไม่เกี่ยวกับบ้านซึ่งเป็นทรัพย์พิพาทกันโดยตรง แต่ด้วยสภาวะปัจจุบันทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพักอาศัย หากปราศจากทั้งสองสิ่งย่อมเป็นการยากลำบากที่จะอยู่อาศัยได้ คำขอของจำเลยจึงเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์พิพาท เห็นควรมีคำสั่งห้ามโจทก์รบกวนการครอบครองบ้านพิพาทรวมถึงขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ในการที่จำเลยจะติดต่อขอใช้น้ำประปาหรือไฟฟ้าในระหว่างพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนการประปาส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะดำเนินการให้หรือไม่อย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดหรือระเบียบการปฏิบัติของหน่วยงานนั้น ๆ ศาลไม่อาจก้าวล่วงโดยมีคำสั่งให้หน่วยงานทั้งสองซึ่งมิใช่คู่ความในคดีปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามที่จำเลยขอได้

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามโจทก์ขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ในการที่จำเลยจะติดต่อขอใช้น้ำประปาในระหว่างพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งในคำพิพากษา

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะขอให้คุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 โดยให้ห้ามโจทก์ขัดขวางหรือกระทำการใด ๆ ในการที่จำเลยจะติดต่อขอใช้น้ำประปาในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยให้การต่อสู้โจทก์ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท ไม่มีอำนาจฟ้องประเด็นที่พิพาทกันจึงมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ มิได้พิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการขอใช้น้ำประปา การที่จำเลยยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประปาส่วนภูมิภาคนำมิเตอร์น้ำประปามาติดตั้งที่บ้านพิพาทเช่นเดิมและขอให้ห้ามโจทก์มิให้กระทำการขัดขวางการขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปา จึงหาใช่เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สินสิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะพิพากษาไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยระหว่างพิจารณาตามมาตรา 264 ส่วนการกระทำของโจทก์จะเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยหรือไม่ จะต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกคดีหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ372/2553
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000319.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ2631/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557