คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18820/2557 ฉบับเต็ม

#579981
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18820/2557 นางวราภรณ์ บุญแสง โจทก์ เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 448 โจทก์ขอรังวัดเพื่อสอบเขต แบ่งแยกในนามเดิมและรวมโฉนดที่ดิน โดยโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดแนวเขต แต่จำเลยที่ 1 เห็นว่าแนวเขตด้านทางหลวงเทศบาลไม่ถูกต้อง จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะรองนายกเทศมนตรีทำหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรีขอยกเลิกการลงลายมือชื่อระวังแนวเขตของจำเลยที่ 3 และยื่นคำคัดค้านการรังวัดที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ศาลจึงต้องพิจารณาก่อนว่าที่ดินในส่วนที่พิพาทคดีนี้เป็นสิทธิของฝ่ายใด ประเด็นแห่งคดีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม มิใช่คำสั่งทางปกครองที่จะทำให้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองและคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาท แม้จะเรียกค่าเสียหายมาด้วย แต่สิทธิฟ้องร้องของโจทก์ย่อมมีอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่จำเลยที่ 1 ยังไม่ดำเนินการเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทเมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ดำเนินการเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทต่อเนื่องกันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 5249 และโฉนดเลขที่ 15271 หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนคำคัดค้านการรับรองแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 5249 และโฉนดเลขที่ 15271 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 พิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5248, 5249 และ15271 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 จำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรี จำเลยที่ 3 เป็นพนักงานเทศบาล ตำแหน่งช่างโยธา 6 ว. โจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขต แบ่งแยกในนามเดิมและรวมโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้ง 3 แปลง เจ้าพนักงานที่ดินมีหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้ไประวังแนวเขต ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ซึ่งเป็นวันนัดรังวัด จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ไประวังแนวเขตทางหลวงเทศบาล การรังวัดเสร็จสิ้นในวันดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ต่อมาจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีหนังสือถึงสำนักงานที่ดินยกเลิกการมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อรับรองแนวเขตและมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ทำหนังสือคัดค้านการรังวัดที่ดินทั้ง 3 แปลง ของโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยที่ 3 ถอนคำคัดค้านการรังวัดที่ดินโฉนดเลขที่ 5248 เจ้าพนักงานที่ดินจึงไกล่เกลี่ยสำหรับที่ดินอีก 2 แปลงที่เหลือ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงแนะนำให้โจทก์นำคดีไปฟ้องศาลภายใน 90 วัน นับแต่วันไกล่เกลี่ย หากไม่ดำเนินการในกำหนดดังกล่าวจะยกเลิกคำขอรังวัดที่ดินของโจทก์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองและฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ขอรังวัดเพื่อสอบเขต แบ่งแยกในนามเดิมและรวมโฉนดที่ดิน โดยโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดแนวเขต แต่จำเลยที่ 1 เห็นว่าแนวเขตด้านทางหลวงเทศบาลไม่ถูกต้อง จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะรองนายกเทศมนตรีทำหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรีขอยกเลิกการลงลายมือชื่อระวังแนวเขตของจำเลยที่ 3 และยื่นคำคัดค้านการรังวัดที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ศาลจึงต้องพิจารณาก่อนว่าที่ดินในส่วนที่พิพาทคดีนี้เป็นสิทธิของฝ่ายใด ประเด็นแห่งคดีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม มิใช่คำสั่งทางปกครองที่จะทำให้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ส่วนปัญหาเรื่องอายุความนั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5249 และ 15271 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี แม้จะเรียกค่าเสียหายมาด้วย แต่สิทธิฟ้องร้องของโจทก์ย่อมมีอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่จำเลยที่ 1 ยังไม่ดำเนินการเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ดำเนินการเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทต่อเนื่องกันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมยศ เข็มทอง-ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์-สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ) ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นางสุวิมล ศรีสงวน สุพรรณพงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายบุญส่ง น้อยโสภณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3589/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1053/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ855/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
579981
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี",
        "judge": "นางสุวิมล ศรีสงวน สุพรรณพงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายบุญส่ง น้อยโสภณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974255"
    }
}
date
2557
deka_no
18820/2557
deka_running_no
18820
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์",
    "สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 448"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวราภรณ์ บุญแสง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 5249 และโฉนดเลขที่ 15271 หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนคำคัดค้านการรับรองแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 5249 และโฉนดเลขที่ 15271 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 พิพากษายกฟ้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5248, 5249 และ15271 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 จำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรี จำเลยที่ 3 เป็นพนักงานเทศบาล ตำแหน่งช่างโยธา 6 ว. โจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขต แบ่งแยกในนามเดิมและรวมโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้ง 3 แปลง เจ้าพนักงานที่ดินมีหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้ไประวังแนวเขต ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ซึ่งเป็นวันนัดรังวัด จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ไประวังแนวเขตทางหลวงเทศบาล การรังวัดเสร็จสิ้นในวันดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ต่อมาจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีหนังสือถึงสำนักงานที่ดินยกเลิกการมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อรับรองแนวเขตและมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ทำหนังสือคัดค้านการรังวัดที่ดินทั้ง 3 แปลง ของโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยที่ 3 ถอนคำคัดค้านการรังวัดที่ดินโฉนดเลขที่ 5248 เจ้าพนักงานที่ดินจึงไกล่เกลี่ยสำหรับที่ดินอีก 2 แปลงที่เหลือ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงแนะนำให้โจทก์นำคดีไปฟ้องศาลภายใน 90 วัน นับแต่วันไกล่เกลี่ย หากไม่ดำเนินการในกำหนดดังกล่าวจะยกเลิกคำขอรังวัดที่ดินของโจทก์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองและฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ขอรังวัดเพื่อสอบเขต แบ่งแยกในนามเดิมและรวมโฉนดที่ดิน โดยโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดแนวเขต แต่จำเลยที่ 1 เห็นว่าแนวเขตด้านทางหลวงเทศบาลไม่ถูกต้อง จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะรองนายกเทศมนตรีทำหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรีขอยกเลิกการลงลายมือชื่อระวังแนวเขตของจำเลยที่ 3 และยื่นคำคัดค้านการรังวัดที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ศาลจึงต้องพิจารณาก่อนว่าที่ดินในส่วนที่พิพาทคดีนี้เป็นสิทธิของฝ่ายใด ประเด็นแห่งคดีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม มิใช่คำสั่งทางปกครองที่จะทำให้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ส่วนปัญหาเรื่องอายุความนั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5249 และ 15271 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี แม้จะเรียกค่าเสียหายมาด้วย แต่สิทธิฟ้องร้องของโจทก์ย่อมมีอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่จำเลยที่ 1 ยังไม่ดำเนินการเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ดำเนินการเพิกถอนคำคัดค้านและรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทต่อเนื่องกันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1053/2552
primary_red_case_no
พ855/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000308.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3589/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557