คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8819/2556 ฉบับเต็ม

#580034
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8819/2556 นางจุฬารัตน์ กรพินธุ์สุวรรณ โจทก์ นายเกษมศักดิ์ กรพินธุ์สุวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 149 ป.พ.พ. มาตรา 1516 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากัน ให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูและแบ่งสินสมรส จำเลยอุทธรณ์เฉพาะประเด็นเรื่องเหตุหย่าเพียงประการเดียว จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์เดือนละ 15,000 บาท และให้ออกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของบุตรทั้งสอง เช่น ค่าศึกษาเล่าเรียน ค่าเรียนพิเศษร่วมกับโจทก์คนละครึ่ง นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าบุตรทั้งสองจะเรียนจบชั้นปริญญาตรี ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสองเพียงผู้เดียว แต่ให้จำเลยมีสิทธิไปเยี่ยมบุตรทั้งสองหรือรับบุตรทั้งสองไปอยู่กับจำเลยได้ตามความเหมาะสมด้วยความสมัครใจของบุตรทั้งสอง ให้จำเลยแบ่งสินสมรสตามบัญชีทรัพย์สินสมรสท้ายรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 24 กันยายน 2551 (หรือเอกสารหมาย จ. 8) รวมทั้งหุ้นกู้บริษัทปูนซีเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่า 10,000,000 บาท กับพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติมูลค่า 20,550,000 บาท ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากทรัพย์สินอันใดไม่สามารถแบ่งได้ ให้นำออกขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์กับจำเลย หรือนำออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง กับให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้โจทก์และจำเลยหย่ากัน ให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองและแบ่งสินสมรส คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้กับคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะยื่นฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร และให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยอุทธรณ์เฉพาะประเด็นเรื่องเหตุหย่าเพียงประการเดียวซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ส่วนประเด็นในเรื่องการแบ่งสินสมรส ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับว่า เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล-พิศิฏฐ์ สุดลาภา-ชัยยุทธ์ ศรีจำนงค์) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ พรหมสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)258/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1556/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2139/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
580034
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง",
        "judge": "นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายโสภณ พรหมสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980888"
    }
}
date
2556
deka_no
8819/2556
deka_running_no
8819
deka_year
2556
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล",
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา",
    "ชัยยุทธ์ ศรีจำนงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1516"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจุฬารัตน์ กรพินธุ์สุวรรณ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเกษมศักดิ์ กรพินธุ์สุวรรณ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์เดือนละ 15,000 บาท และให้ออกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของบุตรทั้งสอง เช่น ค่าศึกษาเล่าเรียน ค่าเรียนพิเศษร่วมกับโจทก์คนละครึ่ง นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าบุตรทั้งสองจะเรียนจบชั้นปริญญาตรี ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสองเพียงผู้เดียว แต่ให้จำเลยมีสิทธิไปเยี่ยมบุตรทั้งสองหรือรับบุตรทั้งสองไปอยู่กับจำเลยได้ตามความเหมาะสมด้วยความสมัครใจของบุตรทั้งสอง ให้จำเลยแบ่งสินสมรสตามบัญชีทรัพย์สินสมรสท้ายรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 24 กันยายน 2551 (หรือเอกสารหมาย จ. 8) รวมทั้งหุ้นกู้บริษัทปูนซีเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่า 10,000,000 บาท กับพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติมูลค่า 20,550,000 บาท ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากทรัพย์สินอันใดไม่สามารถแบ่งได้ ให้นำออกขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์กับจำเลย หรือนำออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง กับให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้โจทก์และจำเลยหย่ากัน ให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองและแบ่งสินสมรส คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้กับคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะยื่นฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร และให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยอุทธรณ์เฉพาะประเด็นเรื่องเหตุหย่าเพียงประการเดียวซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ส่วนประเด็นในเรื่องการแบ่งสินสมรส ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1556/2550
primary_red_case_no
พ2139/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000366.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)258/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556