คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11718/2557 ฉบับเต็ม

#580035
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11718/2557 นาย อ. โจทก์ นาง ช. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 145, มาตรา 138 โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็มีทางดำเนินคดีต่อไปได้เพียงประการเดียวคือ อุทธรณ์ฎีกาให้ศาลสูงแก้ไขหากเข้ากรณีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคสอง เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมย่อมถึงที่สุด ไม่อาจถูกเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อีก การที่โจทก์อ้างว่าคำพิพากษาตามยอมตกเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ดำเนินมาทั้งหมดแล้วยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ความมุ่งหมายของโจทก์คือต้องการให้คำพิพากษาตามยอมเสียเปล่าใช้บังคับไม่ได้ซึ่งมีผลเป็นอย่างเดียวกับการขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอมซึ่งต้องกระทำโดยศาลสูง โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำพิพากษาของศาลนั้นเองไม่ได้ แม้โจทก์จะเพิ่งทราบเหตุที่ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความภายหลังพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ก็ไม่มีกฎหมายรับรองให้ทำได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ และให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนแต่เพียงผู้เดียวเนื่องจากโจทก์ทราบภายหลังว่าขณะโจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสกันนั้น จำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับนายวิสุทธิ์ มาก่อนและยังมิได้หย่าขาดจากกัน ระหว่างพิจารณาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 24 มิถุนายน 2556 ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความพิพาท ข้อ 1 ระบุว่า โจทก์และจำเลยตกลงไม่ติดใจในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งในอดีตที่ผ่านมาอันเกี่ยวเนื่องที่ต้องบังคับตามกฎหมายครอบครัวและจะไม่ยกเอาการกระทำในอดีตดังกล่าวมาเป็นเหตุฟ้องหย่าอีกฝ่ายหนึ่ง นั้น เป็นคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมหรือเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นการดำเนินการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวกับเพิกถอนสัญญาประนีประยอมยอมความพิพาทและพิพากษาว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เห็นว่า โจทก์ฎีกาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจะต้องมาจากข้ออ้างในคำฟ้องของโจทก์ซึ่งประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้มีว่า การสมรสซ้อนหรือไม่ และใครจะใช้อำนาจปกครองบุตร การที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเป็นการทำสัญญาประนีประนอมกันไม่เกี่ยวกับขอบเขตแห่งประเด็นหรือเกี่ยวเนื่องในคดี เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นการพิจารณาพิพากษาเกินคำขอที่ปรากฏอยู่ในคำฟ้องนั้น เห็นว่า โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็มีทางดำเนินคดีต่อไปได้เพียงประการเดียวคือ อุทธรณ์ฎีกาให้ศาลสูงแก้ไขหากเข้ากรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ คำพิพากษาตามยอมย่อมถึงที่สุด ไม่อาจถูกเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อีก การที่โจทก์อ้างว่าคำพิพากษาตามยอมตกเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ดำเนินมาทั้งหมดแล้วยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ความมุ่งหมายของโจทก์คือต้องการให้คำพิพากษาตามยอมเสียเปล่าใช้บังคับไม่ได้ ซึ่งมีผลเป็นอย่างเดียวกับการขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอมซึ่งต้องกระทำโดยศาลสูง โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำพิพากษาของศาลนั้นเองไม่ได้ แม้โจทก์จะเพิ่งทราบเหตุที่ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความหลังพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ก็ไม่มีกฎหมายรับรองให้ทำได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยไม่ได้ไต่สวนนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (บุญไชย ธนาพันธ์สิน-พฤษภา พนมยันตร์-จรูญ ชีวิตโสภณ) ศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นางกานดา ทองโสภิต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวิทยา ยิ่งวิริยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)95/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ135/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ192/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
580035
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว",
        "judge": "นางกานดา ทองโสภิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวิทยา ยิ่งวิริยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976345"
    }
}
date
2557
deka_no
11718/2557
deka_running_no
11718
deka_year
2557
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "บุญไชย ธนาพันธ์สิน",
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "จรูญ ชีวิตโสภณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145",
            "ม. 138"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ช."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ และให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนแต่เพียงผู้เดียวเนื่องจากโจทก์ทราบภายหลังว่าขณะโจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสกันนั้น จำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับนายวิสุทธิ์ มาก่อนและยังมิได้หย่าขาดจากกัน ระหว่างพิจารณาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551

โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 24 มิถุนายน 2556 ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความพิพาท ข้อ 1 ระบุว่า โจทก์และจำเลยตกลงไม่ติดใจในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งในอดีตที่ผ่านมาอันเกี่ยวเนื่องที่ต้องบังคับตามกฎหมายครอบครัวและจะไม่ยกเอาการกระทำในอดีตดังกล่าวมาเป็นเหตุฟ้องหย่าอีกฝ่ายหนึ่ง นั้น เป็นคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมหรือเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นการดำเนินการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวกับเพิกถอนสัญญาประนีประยอมยอมความพิพาทและพิพากษาว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ

จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เห็นว่า โจทก์ฎีกาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจะต้องมาจากข้ออ้างในคำฟ้องของโจทก์ซึ่งประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้มีว่า การสมรสซ้อนหรือไม่ และใครจะใช้อำนาจปกครองบุตร การที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเป็นการทำสัญญาประนีประนอมกันไม่เกี่ยวกับขอบเขตแห่งประเด็นหรือเกี่ยวเนื่องในคดี เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นการพิจารณาพิพากษาเกินคำขอที่ปรากฏอยู่ในคำฟ้องนั้น เห็นว่า โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็มีทางดำเนินคดีต่อไปได้เพียงประการเดียวคือ อุทธรณ์ฎีกาให้ศาลสูงแก้ไขหากเข้ากรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ คำพิพากษาตามยอมย่อมถึงที่สุด ไม่อาจถูกเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อีก การที่โจทก์อ้างว่าคำพิพากษาตามยอมตกเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ดำเนินมาทั้งหมดแล้วยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ความมุ่งหมายของโจทก์คือต้องการให้คำพิพากษาตามยอมเสียเปล่าใช้บังคับไม่ได้ ซึ่งมีผลเป็นอย่างเดียวกับการขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอมซึ่งต้องกระทำโดยศาลสูง โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำพิพากษาของศาลนั้นเองไม่ได้ แม้โจทก์จะเพิ่งทราบเหตุที่ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความหลังพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ก็ไม่มีกฎหมายรับรองให้ทำได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยไม่ได้ไต่สวนนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ135/2551
primary_red_case_no
พ192/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000326.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)95/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557