คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9328/2557 ฉบับเต็ม

#580049
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9328/2557 พลตำรวจโทบุญเรือง ผลพานิชย์ โจทก์ บริษัทนวกิจบ้านเมือง จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการ ซึ่งหมายถึงผู้รับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อความในหนังสือพิมพ์ การที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทตาม ป.อ. จะต้องได้ความว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาที่จะกระทำการดังกล่าวต่อโจทก์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับหมายเหตุท้าย พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ที่บัญญัติว่า เหตุที่ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์เพื่อวางหลักเกณฑ์ในการรับจดแจ้งการพิมพ์เป็นหลักฐานให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของประชาชนที่ได้รับความเสียหายในการฟ้องร้องดำเนินคดี ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบรรณาธิการมีเจตนาร่วมกับผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 136, 326, 328 และ 332 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาลงในอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์บ้านเมืองและลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เป็นเวลา 7 วัน ติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 328 และ 332 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยที่ 2 จัดให้มีการโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในอินเตอร์เน็ตเว็ปไซต์ของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง กับลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน โดยให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ยกฟ้องโจทก์ในส่วนคดีอาญาสำหรับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 18 ธันวาคม 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และยกฟ้องคดีส่วนแพ่งสำหรับจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้แย้งรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2550 หนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 1 พาดหัวข่าวว่า "เสรีพิศุทธ์ เด้งฟ้าผ่า ผบช.สตม. เข้ากรุ" และรายงานข่าวว่า "พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ท. บุญเรือง ผบช. สตม. มาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ 29 ตุลาคม เป็นต้นไป... สาเหตุที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์มีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.บุญเรืองครั้งนี้ เนื่องมาจากการที่ พล.ต.ท. บุญเรืองไม่สนองนโยบายเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และนโยบายการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีการกักตัวน้องเขยของกษัตริย์ภูฏาณเป็นเวลา 2 วัน..." มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการ ซึ่งหมายถึงผู้รับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อความในหนังสือพิมพ์ การที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จะต้องได้ความว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาที่จะกระทำการดังกล่าวต่อโจทก์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์พ.ศ.2550 ที่บัญญัติว่า เหตุที่ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์เพื่อวางหลักเกณฑ์ในการรับจดแจ้งการพิมพ์เป็นหลักฐานให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของประชาชนที่ได้รับความเสียหายในการฟ้องร้องดำเนินคดี ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบรรณาธิการมีเจตนาร่วมกับผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีส่วนแพ่งโดยไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไข พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในชั้นนี้และค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทั้งสามศาลให้เป็นพับ (พิทักษ์ คงจันทร์-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร-ศรีอัมพร ศาลิคุปต์) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสุธาสินี กำเงิน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5980/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3794/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4678/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
580049
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นางสุธาสินี กำเงิน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976799"
    }
}
date
2557
deka_no
9328/2557
deka_running_no
9328
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร",
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484",
        "sections": [
            "ม. 48"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พลตำรวจโทบุญเรือง ผลพานิชย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทนวกิจบ้านเมือง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 136, 326, 328 และ 332 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาลงในอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์บ้านเมืองและลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เป็นเวลา 7 วัน ติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 328 และ 332 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยที่ 2 จัดให้มีการโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในอินเตอร์เน็ตเว็ปไซต์ของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง กับลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน โดยให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ยกฟ้องโจทก์ในส่วนคดีอาญาสำหรับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 18 ธันวาคม 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และยกฟ้องคดีส่วนแพ่งสำหรับจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้แย้งรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2550 หนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 1 พาดหัวข่าวว่า "เสรีพิศุทธ์ เด้งฟ้าผ่า ผบช.สตม. เข้ากรุ" และรายงานข่าวว่า "พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ท. บุญเรือง ผบช. สตม. มาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ 29 ตุลาคม เป็นต้นไป... สาเหตุที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์มีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.บุญเรืองครั้งนี้ เนื่องมาจากการที่ พล.ต.ท. บุญเรืองไม่สนองนโยบายเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และนโยบายการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีการกักตัวน้องเขยของกษัตริย์ภูฏาณเป็นเวลา 2 วัน..." มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการ ซึ่งหมายถึงผู้รับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อความในหนังสือพิมพ์ การที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จะต้องได้ความว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาที่จะกระทำการดังกล่าวต่อโจทก์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์พ.ศ.2550 ที่บัญญัติว่า เหตุที่ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์เพื่อวางหลักเกณฑ์ในการรับจดแจ้งการพิมพ์เป็นหลักฐานให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของประชาชนที่ได้รับความเสียหายในการฟ้องร้องดำเนินคดี ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบรรณาธิการมีเจตนาร่วมกับผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีส่วนแพ่งโดยไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไข

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในชั้นนี้และค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3794/2550
primary_red_case_no
อ4678/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000330.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5980/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557