คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2219/2558 ฉบับเต็ม

#580841
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2219/2558 บริษัทพระนครยนตรการ จำกัด โจทก์ นายเสริมศักดิ์ ชาวงษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคหนึ่ง โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าขาดราคาจากการขายทอดตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าค่าเช่าซื้อรถได้รวมดอกเบี้ยที่โจทก์คิดไว้ล่วงหน้าตามระยะเวลาค่างวดเช่าซื้อมิใช่มีแต่ราคารถเพียงอย่างเดียว จึงเอาค่าเช่าซื้อค้างชำระมาเป็นเกณฑ์เรียกราคารถพิพาทไม่ได้ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่ารถพิพาทที่แท้จริงมีราคาเท่าไร เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้เป็นเงิน 57,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ในส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าขาดราคาเช่าซื้อจากการขายทอดตลาดเพียงแต่ศาลชั้นต้นลดจำนวนเงินที่โจทก์ขอมาลงเหลือ 57,000 บาท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แก้ไขคำพิพากษานั้น จึงเป็นการขอแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องตรงกับเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่กล่าวไว้ในคำพิพากษาและถือว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย มิใช่เป็นการทำคำสั่งที่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาเดิม จึงชอบที่จะมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อผิดหลงเช่นว่านั้นให้ถูกต้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กง 3508 ขอนแก่น ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 57,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 33,000 บาท กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าขาดราคาจากการขายทอดตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อ แต่คำพิพากษาศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคาแทน เป็นเงิน 57,000 บาท ขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุที่จะแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตามคำร้องของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จนโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว โจทก์ติดตามยึดรถยนต์คืนและนำออกประมูลขายได้ราคาเพียงบางส่วนยังขาดราคาอยู่อีก 120,029.92 บาท และจำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์ 66,000 บาท แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าขาดราคาเช่าซื้อจากการขายทอดตลาด 120,029.92 บาท และค่าขาดประโยชน์ 66,000 บาท แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยกำหนดค่าขาดประโยชน์ 33,000 บาท ส่วนค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสองไม่สามารถส่งมอบรถคืนโจทก์เป็นเงิน 120,029.92 บาท นั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ค่าเช่าซื้อรถได้รวมดอกเบี้ยที่โจทก์คิดไว้ล่วงหน้าตามระยะเวลาค่างวดเช่าซื้อ มิใช่มีแต่ราคารถเพียงอย่างเดียว จึงเอาค่าเช่าซื้อค้างชำระมาเป็นเกณฑ์เรียกราคารถพิพาทไม่ได้ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่ารถพิพาทที่แท้จริงมีราคาเท่าไร เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้เป็นเงิน 57,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ในส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าขาดราคาเช่าซื้อจากการขายทอดตลาดเพียงแต่ศาลชั้นต้นลดจำนวนเงินที่โจทก์ขอมาลงเหลือ 57,000 บาท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แก้ไขคำพิพากษานั้น จึงเป็นการขอแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องตรงกับเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่กล่าวไว้ในคำพิพากษาและถือว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย มิใช่เป็นการทำคำสั่งที่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาเดิม จึงชอบที่จะมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อผิดหลงเช่นว่านั้นให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับว่า ให้แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนที่ว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์หมายเลขทะเบียน กง 3508 ขอนแก่น ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 57,000 บาท" เป็นว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าขาดราคารถยนต์แก่โจทก์เป็นเงิน 57,000 บาท นอกจากนี้ให้เป็นไปตามข้อความเดิม" ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (บุญไชย ธนาพันธุ์สิน-วิรุฬห์ แสงเทียน-จรูญ ชีวิตโสภณ) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางสาวอรุณรัตน์ บัณฑิตเสาวภาคย์ ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ ตันติเสรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.404/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1196/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ7724/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
580841
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นางสาวอรุณรัตน์ บัณฑิตเสาวภาคย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประสิทธิ์ ตันติเสรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081973076"
    }
}
date
2558
deka_no
2219/2558
deka_running_no
2219
deka_year
2558
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "บุญไชย ธนาพันธุ์สิน",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "จรูญ ชีวิตโสภณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 143 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทพระนครยนตรการ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเสริมศักดิ์ ชาวงษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กง 3508 ขอนแก่น ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 57,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 33,000 บาท กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท คำขออื่นให้ยก

โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าขาดราคาจากการขายทอดตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อ แต่คำพิพากษาศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคาแทน เป็นเงิน 57,000 บาท ขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุที่จะแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตามคำร้องของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จนโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว โจทก์ติดตามยึดรถยนต์คืนและนำออกประมูลขายได้ราคาเพียงบางส่วนยังขาดราคาอยู่อีก 120,029.92 บาท และจำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์ 66,000 บาท แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าขาดราคาเช่าซื้อจากการขายทอดตลาด 120,029.92 บาท และค่าขาดประโยชน์ 66,000 บาท แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยกำหนดค่าขาดประโยชน์ 33,000 บาท ส่วนค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสองไม่สามารถส่งมอบรถคืนโจทก์เป็นเงิน 120,029.92 บาท นั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ค่าเช่าซื้อรถได้รวมดอกเบี้ยที่โจทก์คิดไว้ล่วงหน้าตามระยะเวลาค่างวดเช่าซื้อ มิใช่มีแต่ราคารถเพียงอย่างเดียว จึงเอาค่าเช่าซื้อค้างชำระมาเป็นเกณฑ์เรียกราคารถพิพาทไม่ได้ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่ารถพิพาทที่แท้จริงมีราคาเท่าไร เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้เป็นเงิน 57,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ในส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าขาดราคาเช่าซื้อจากการขายทอดตลาดเพียงแต่ศาลชั้นต้นลดจำนวนเงินที่โจทก์ขอมาลงเหลือ 57,000 บาท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แก้ไขคำพิพากษานั้น จึงเป็นการขอแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องตรงกับเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่กล่าวไว้ในคำพิพากษาและถือว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย มิใช่เป็นการทำคำสั่งที่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาเดิม จึงชอบที่จะมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อผิดหลงเช่นว่านั้นให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ให้แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนที่ว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์หมายเลขทะเบียน กง 3508 ขอนแก่น ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 57,000 บาท" เป็นว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าขาดราคารถยนต์แก่โจทก์เป็นเงิน 57,000 บาท นอกจากนี้ให้เป็นไปตามข้อความเดิม" ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1196/2549
primary_red_case_no
พ7724/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000298.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.404/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558